การใช้ชีวิตสุดประมาทของ “พอล แกสคอยน์”

เด็กหนุ่มจากเมืองนิวคาสเซิ่ล เกิดมาพร้อมกับปัญหาครอบครัวยากจน การมีแม่เป็นสาวโรงงานและพ่อเป็นช่างก่ออิฐ ต้องอาศัยบ้านของญาติเป็นที่หลับนอน สิ่งแวดล้อมโดยรวมไม่ค่อยน่าอยู่ส่งผลให้ภาวะทางอารมณ์ของ แกสคอยน์ เปราะบาง

ขอบคุณภาพจาก : http://www.nufcblog.com

มีแค่สิ่งเดียวที่ช่วยเยียวยาหัวใจของเขาได้อย่างดีก็คือฟุตบอล ทุกครั้งที่เขาสัมผัสบอลมันทำให้เขาลืมความเจ็บปวดจากความยากจน เหลือเพียงแค่ความสุขกับฟุตบอลลูกกลม ๆ ที่อยู่ตรงหน้า จนในที่สุดสโมสรนิวคาสเซิ่ลก็จับเขาเซ็นสัญญาด้วยวัยเพียง 16 ปี และนั่นก็ทำให้เขาคิดอยู่เสมอว่า การได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพคือสิ่งเดียวที่จะนำพาให้เขาและครอบครัวหลุดพ้นจากความยากลำบากนี้ 

ขอบคุณภาพจาก : www. lifebogger.com

ด้วยฟอร์มอันโดดเด่นและฝีเท้าที่เป็นเลิศส่งผลให้เขาได้รับรางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมของสมาคมฟุตบอลอังกฤษเมื่อตอนอายุ 21 ปี และเมื่อ สโมสรท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ได้ยื่นข้อเสนอว่าจะซื้อบ้านให้กับครอบครัวเมื่อเขาเซ็นสัญญา เขาก็ตัดสินใจย้ายทันทีเพราะนี่คือสิ่งที่เขาตามหามาตลอดชีวิต 

แกสคอยน์ มี 3 ฤดูกาลสุดยอด เขาพาสเปอร์คว้าแชมป์ เอฟเอคัพ ในปี 1991 ด้วยผลงาน 6 ประตูจากการลงสนาม 6 นัด เขาเป็นนักฟุตบอลที่เล่นได้มีคลาสมากที่สุด เป็นตำแหน่งกองกลางที่วิ่งน้อย เก็บบอลเปิดบอลอย่างชาญฉลาด สร้างสรรค์เกมที่มีประสิทธิภาพจนสื่อยกย่องให้เขาเป็น อัจฉริยะลูกหนังในเวลานั้น แต่พระเจ้าไม่เคยให้ใครเพอร์เฟคเขาเป็นนักฟุตบอลที่ชอบมีปัญหาในการดื่มแอลกอฮอลล์และทะเลาะวิวาทอยู่เป็นประจำ จนแฟนบอลต้องลุ้นทุกนัดว่าวันนี้ แกสคอยน์ จะเมาค้างลงมาแข่งหรือเปล่า

ขอบคุณภาพจาก : http://www.tottenhamhotspur.com

จากนักเตะพรสวรรค์กลายเป็นนักเตะที่ทำทุกอย่างเพื่อเงิน เขาย้ายไป ลาซิโอ สโมสรชื่อดังของลีคอิตาลีด้วยข้อเสนอค่าเหนื่อยมหาศาล รายได้เยอะขึ้นแต่แพชชั่นในการเล่นฟุตบอลลดลง เขาดื่มมากขึ้น เที่ยวมากขึ้น และทำตัวเละเทะมากขึ้น จนสุดท้ายความอดทนของ ลาซิโอ ก็หมดลง

แกสคอยน์ ร่อนเร่พเนจรข้ามฝั่งมาที่ลีคสก็อตแลนด์ กลาสโกลว์ เรนเจอร์ เซ็นสัญญานักเตะขี้เมาเพื่อหวังจะชุบชีวิตเขาให้กลับมายิ่งใหญ่ และเมื่อเจอผู้เล่นที่ด้อยกว่าเขากลับมาเฉิดฉายอีกครั้งแต่ก็ยังดื่มหนักและทำตัวแย่เหมือนเดิม นั่นส่งผลให้เขาถูกตัดชื่อจากทีมชาติอังกฤษชุดลุยบอลโลกปี 1998 และความผิดหวังครั้งนี้ทำให้เขาหันหน้าสู่ความดำมืดอย่างแท้จริง ชีวิตของเขาดิ่งลงเหว

แกสคอยน์ เข้า ๆ ออก ๆ สถานบำบัดจนเงินที่เขาเคยหามาได้ในสมัยที่เขายังรุ่งเรืองค่อย ๆ หายไป ในที่สุดเขาก็ถูกฟ้องล้มละลาย น้ำหนักลดลงจากสมัยตอนเป็นนักเตะถึง 20 กิโลกรัม มีอาการหวาดระแวง และโรคไบโพลาร์ร่วมด้วย แกสคอยน์ อยู่ในจุดตกต่ำสุด จนทุกคนในวงการกังวลว่าเขาจะเสียชีวิต

เป็นเวลา 20 ปี ที่แกสคอยน์ต่อสู้กับตัวเอง หลังจากเข้ารับการบำบัดอีกครั้งในปี ค.ศ.2017 แกสคอยน์เริ่มกลับมาเข้ายิมอีกครั้ง นั่นทำให้เขาเริ่มรู้สึกถึงความหมายของการมีชีวิตอยู่ และในช่วงปลายปี 2018 แกสคอยน์เองก็ได้ประกาศว่าเขาสามารถเลิกเหล้าได้อย่างเด็ดขาดแน่นอนแล้ว และกลายเป็นวิทยากรรับเชิญตามสถานบำบัดต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือคนที่เคยเป็นแบบเขาซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี

ฟุตบอลนั้นสวยงามและสามารถสร้างสิ่งที่ใฝ่ฝันให้เป็นจริงได้ แต่กลับกันถ้าเราไม่ยึดมั่นและไม่หนักแน่นพอทุกสิ่งทุกอย่างก็อาจจพังทลายลง แม้จะเป็นเรื่องที่ดีที่เขาสามารถกลับมาได้ แต่ในระยะเวลา 20 ปี เขาเองก็สูญเสียโอกาสและสิ่งต่าง ๆ ไปมากมาย จากนักเตะที่เซอร์อเล็ก เฟอร์กูสัน ต้องการตัวมากที่สุด ดำดิ่งลงลึกสู่การเป็นขี้เมาและสูญเสียทุกสิ่ง นี่คงเป็นตัวอย่างให้เราตระหนักถึงการไม่ใช้ชีวิตอย่างประมาทได้ดีที่สุดแล้ว

Leave a Reply

%d bloggers like this: