กูตี กาลาติกอสที่ถูกโลกลืม – Goalstorm

 หนึ่งในฟุตบอลที่หลายคนชื่นชอบ หนึ่งในหลายคนยกย่องว่าเป็นนักฟุตบอลที่แอสซิสต์ได้สวยงามที่สุดคนนึงและยังเป็นหนึ่งในนักเตะที่หลายคนมองข้ามและถูกยกย่องน้อยเกินไปเพียงเพราะเขาอยู่ในทีมใหญ่และไม่ได้โดดเด่นหรือประสบความสำเร็จในนามทีมชาติและชายที่เราพูดถึงก็คือ กูตี 

          เขาเกิดเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ค.ศ. 1976 ในชานเมืองมาดริดอย่าง Torrejon เป็นเรื่องที่น่าแปลกโดยใครจะคิดว่าคนที่ได้แชมป์มามากมายกับเรอัล มาดริดอย่างเขานั้นจะเป็นแฟนทีมอย่าง บาร์เซโลน่า ในวัยเด็ก แต่ด้วยโชคชะตาและความสามารถทำให้เขากลายเป็นนักเตะเยาวชนของทีม เรอัล มาดริด มีอีกหนึ่งบุคคลที่เติบโตมาในทีมด้วยกันนั่นก็คือ ราอูล กอนซาเลซ อดีตนักเตะในตำนานของทีม ทั้งสองขึ้นชุดใหญ่มาในเวลาที่ไล่เลี่ยกัน ในช่วงปี ค.ศ. 1995 ราอูลมีแววที่จะโด่งดังหรือแสดงฝีเท้าเป็นที่ประจักษ์ เรียกได้ว่าราอูลเองเติบโตอย่างก้าวกระโดดมากกว่าเพื่อนรวมทีมในวัยเดียวกัน แต่สำหรับเขานั้นเขาค่อยๆเป็นค่อยๆไปสำหรับวิถีฟุตบอลของเขา จนในท้ายที่สุดก็มีโอกาสขึ้นทีมชุดใหญ่

          แต่ใช่ว่าวิถีฟุตบอลของเขาจะเหมือนกับคนอื่นที่ตั้งความหวังเป็นกำลังหลักของทีมตั้งแต่เด็กหรืออยากจะประสบความสำเร็จโดยไว เขาใช้เวลากว่า 3 ฤดูกาลกับทีมถึงจะมีโอกาสลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งในฤดูกาล 1998 – 1999 เขาใช้เวลาลงเล่นมากกว่า 2000 นาทีและสถาปนาตัวเองว่า เขานั้นได้ขึ้นชุดใหญ่อย่างเต็มตัวแล้ว พอได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอบวกกับฝีเท้าที่สวรรค์ประทานมาให้ ความสำเร็จก็ทยอยเข้ามาเช่นกัน ด้วยแชมป์ลาลีกา 5 สมัย แชมป์เปียนส์ลีก 3 สมัย และแชมป์สโมสรโลกอีก 2 สมัย 

          อีกหนึ่งสิ่งที่แฟนบอลต่างมองและคิดเป็นเสียงเดียวกันถือว่าเป็นจุดเด่นของเขาอย่างเห็นได้ชัดนั่นก็คือ การจ่ายบอลสั้น บอลยาวรวมถึงการบอลทะลุช่อง  มีครั้งนึงที่ทีมเจอกับ ลา คอรุนญา ในปี 2010 และเป็นปีสุดท้ายของเขาในสีเสื้อ เรอัล มาดริด ในเกมวันนั้นเขาได้มีโอกาสหลุดเดี่ยวที่หน้าประตูของฝ่ายตรงข้ามเหลือเพียงเขากับผู้รักษาประตู ถ้าเป็นคนอื่นอาจตัดสินใจยิงประตูด้วยตนเองทันทีโดยไม่ต้องคิดอะไร แต่สำหรับเขานั้นเลือกที่ใช้สัญชาตญาณการจ่ายบอลด้วยการตอกส้นกลับมาให้

เบนเซม่ายิงจ่อๆเข้าไป ซึ่งบางทีทางเบนเซม่าเองก็ไม่คิดว่ากูตีจะตอกส้นกลับมาให้แต่เพราะความไว้ใจและมั่นใจในการจ่ายบอลของเขา จังหวะนั้นจึงกลายเป็นหนึ่งในแอสซิสต์ที่สวยงามที่สุดลูกนึง หลังจากที่ประตูนี้ได้กลายเป็นประเด็นที่หลายคนพูดถึง เจ้าตัวได้ออกมาปฏิเสธและยังบอกด้วยว่า ตัวของเขาเองจะพยายามเล่นบอลและให้ทีมได้ประตูง่ายที่สุดไม่ใช่การตอกส้นเพื่อความสวยงามหรือเพื่อศิลปะอะไร ซึ่งมันก็เกี่ยวข้องกับคำพูดที่เคยพูดเอาไว้ว่า เกมฟุตบอลมันจะดีขึ้นได้ถ้าคุณเล่นกันแบบง่ายๆ 

          ซึ่งในปีสุดท้ายที่ค้าแข้งกับทีมที่เขารักและได้นักเตะที่ค่าตัวมหาศาลในยุคนั้นอย่าง 

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ร่วมสร้างตำนานและสานต่อเบอร์ 7 ต่อจาก ราอูล กอนซาเลซก่อนที่โรนัลโด้จะกลายเป็นนักฟุตบอลที่ยิงเยอะที่สุดในโลกและเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในโลกตลอดกาล

        สื่อต่างๆที่เห็นความสามารถของเขาในเวลานั้น พูดถึงความอันตรายที่เขาได้ลงสนามแต่สุดท้ายพวกสื่อก็ได้ตั้งคำถามว่าทำไม เขาถึงโดนยกย่องหรือพูดถึงน้อยมากๆ เขาเองก็เป็นนักเตะที่สามารถเล่นได้หลายตำแหน่งในเกมรุกไม่ว่าจะเป็นกองกลาง กลางรุก หรือทางริมเส้น บุคลิกภายนอกที่ดูไม่ดุดันไม่แข็งแกร่ง ถ้าเทียบกับผู้เล่นในตำแหน่งเดียวกันอย่าง กัตตูโซ่ ที่ทั้งดุดันมีภาวะเป็นผู้นำพร้อมที่จะฉะกับผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามและอีกหลายผู้เล่นในตำแหน่งเดียวกันกับเขาที่ถูกพูดถึงมากกว่า เช่น ชาบี เฮอนันเดส อันเดรส อินิเอสตา อันเดรีย ปีร์โล โดยมีสองฝ่ายที่พูดถึงข้อดีความเก่งกาจของเขาและอีกฝ่ายที่พยายามโจมตีและคิดว่าตัวของกูตีเองถูกยกย่องเกินจริงบ้าง ไม่ได้โดดเด่นอะไรขนาดนั้น แต่เหตุผลหลักๆที่หลายฝ่ายมองก็คือน่าจะเป็นเพราะภาพลักษณ์หรือบุคลิกเพราะด้วยความรักสบาย รักสวยรักงาม เป็นคนที่ไม่คิดอะไรมาก มีครั้งนึงในยุคการทำทีมของ ฟาบิโอ คาเปลโล่ ทีมได้ลงซ้อมในสนามท่ามกลางแดดที่ร้อนจัด แต่ฟาบิโอเมื่อหันไปมองที่กูตีก็พบว่า ทางกูตีได้ไปหลบแดดอยู่ที่ใต้ต้นไม้อยู่คนเดียว 

          ซึ่งในยุค กาลาติกอส ที่ต่างมีนักฟุตบอลต่างประเทศมากมายที่เป็นนักบอลชื่อดังในยุคนั้น ทางทีมมาดริดได้ดึงมาสู่ทีม ทั้ง เดวิด เบ็คแฮมที่อยู่แมนยูมาก่อนหน้าและนักเตะบราซิลระดับโลกอย่าง คาร์ลอสและโรนัลโด้ เรียกได้ว่าตัวเขาเองอยู่ท่ามกลางเสือ สิงห์ กระทิงที่กระหายในชัยชนะและพยายามอย่างเต็มที่ทุกครั้งที่ซ้อมหรือในเกมการแข่งขัน แน่นอนว่าพอเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ต่างฝ่ายก็ต่างที่จะแย่งตัวจริงกันและไหนดาวรุ่งที่พยายามอย่างหนักเพื่อเป็นกำลังหลักในอนาคต แต่สำหรับเขาไม่ได้ซีเรียสที่จะเบียดแย่งตัวจริงอะไรกับใครถ้าโค้ชให้โอกาสก็พร้อมที่จะลงไปสร้างสรรค์เกมและทำให้ดีที่สุด 

          เพื่อนร่วมทีมที่ไหลเวียนเข้ามาในทีมต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เขาเป็นนักเตะที่เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ เต็มไปด้วยความสามารถที่ใครหลายคนไม่มี ไหวพริบที่เฉียบคมในสนาม การจ่ายบอลที่มีลุ้นทุกครั้งในพื้นที่สุดท้าย นี่คือสิ่งที่นักเตะต่างๆมากมายยกย่อง แต่ก็มีอีกสิ่งหนึ่งที่พวกเขาเหล่านั้นพูดก็คือ ถ้าตัวของเขามีความกระหายในชัยชนะ ความกระตือรือร้นในการซ้อม บุคลิกที่ดุดันไม่สำอางหรือรักอิสระจนเกินไป มันจะทำให้กูตีเองกลายเป็นนักบอลที่เก่งที่สุดในโลกอย่างแน่นอน นี่เองก็กลายเป็นสิ่งที่นักเตะหลายคนเสียดายในความสามารถของเขา 

          สำหรับกูตีเองก็มองว่าไม่ผิดที่ใครจะคิดอย่างไรกับเขาเพราะเขาเองก็เชื่อมั่นว่านี่คือวิถีชีวิตที่ดีที่สุดสำหรับเขาแล้ว เขายอมรับว่าตัวเองเป็นคนที่รักสบายไม่คิดอะไรซับซ้อนและพยายามหลีกหนีอะไรที่มันยุ่งยาก แต่เขาเองก็ไม่ได้ชื่นชอบความรุนแรงหรือความแตกแยก ถึงแม้ชื่อเสียงของเขาจะน้อยกว่าฝีเท้าที่เขามีแต่สิ่งหนึ่งที่นักฟุตบอลระดับโลกหรือผู้จัดการทีมหลายคนพูดถึงก็คือ คำสรรเสริญและความเก่งของเขาที่เขาเองนั้นได้กลายเป็นอีกหนึ่งตำนานของวงการฟุตบอลไปแล้ว

Leave a Reply

%d bloggers like this: