จากดินแดนล้านนา สู่การมาขี่กิเลน “เอกนิษฐ์ ปัญญา”

7 ปี ของ ”เจ้าชายกว่างโซ้ง” กับวิถีฟุตบอลที่ต้องโยกย้ายจากถิ่นกำเนิด มาสู่เมืองหลวงเมืองใหญ่ 71นัด 1แชมป์ไทยลีก 1แชมป์เอฟเอคัพ ในสีเสื้อเชียงราย ก่อนจะกลายร่างมาหาฝันกับทีม ”กิเลน”

ขอบคุณภาพจาก Facebook : CHIAN RAI UNITED FC

หนุ่มน้อยจากจังหวัด ” เชียงราย ” ผู้คลั่งไคล้ในฟุตบอล สมัยเด็ก ๆ เขาตื่นเช้ามาพร้อมกับเปิดทีวีดูข่าวกีฬา เพื่อคอยมองฝันที่เขาอยากจะเป็นในอนาคต การที่ได้ตามคุณพ่อไปเตะบอลในหมู่บ้านตลอดและการบ่มเพาะอย่างดีของ ” เมล็ดครอบครัว ” ทำให้นี่คือก้าวแรกที่สำคัญของเขา

เพียงประถมศึกษาปีที่ 3 เขาได้เข้าสู่ทีมฟุตบอลรุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ของจังหวัดเชียงราย และเล่นฟุตบอลอย่างบ้าฝัน จน ”สโมสรเชียงราย ยูไนเต็ด” เปิดคัดตัวนักเตะเยาวชนเป็นครั้งแรกของสโมสร

หนึ่งในรายชื่อผู้ที่คัดตัวผ่านก็คงหนีไม่พ้นชื่อของเขา ในวัย 14 ปี จากเด็กที่คอยตามเชียร์ทีมบ้านเกิดอยู่ตลอดสู่การที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีม ถึงแม้จะเป็นเพียงทีมเยาวชนก็ตาม

ด้วยความสามารถที่โดดเด่นในตำแหน่งกองกลางตัวรุก ทำให้เขาถูกทีมชุดใหญ่เรียกขึ้นไปฝึกซ้อม ในปี 2015 ตอนอายุเพียง 15 ปี โดยนัดแรกของเขาคือนัดที่

ขอบคุณภาพจาก Facebook : CHIAN RAI UNITED FC


“ เชียงราย ยูไนเต็ดเปิดบ้านชนะ ศรีสะเกษ เอฟซี 3ประตูต่อ0 ” โดยเขาได้ลงสนามในนาที 87 แม้จะไม่มากนักแต่นี่คือการลงสนามครั้งแรกของเด็กอายุ15 ที่กำลังศึกษาอยู่ชั้น ม.3 และยังเป็นสถิติอันดับ2นักเตะที่อายุน้อยที่สุดที่ได้ลงสนามในไทยลีก เป็นรองเพียง “ ศุภณัฏฐ์ ” เหมือนตาของบุรีรัมย์

ถัดมาจากนั้นเพียงหนึ่งนัดชื่อของเขาได้ดังกึกก้องทั่วประเทศเมื่อเขายิงประตูได้ในเกมที่ “ เมืองทอง ยูไนเต็ด เปิดบ้านเอาชนะ เชียงราย ยูไนเต็ด 4ประตูต่อ 1 “ ถึงแม้เกมนั้นทีมของเขาจะแพ้ไป แต่สิ่งที่สำคัญและต้องจารึกในประวัติศาสตร์วงการฟุตบอลไทย เมื่อ 1 ประตูของ เชียงราย เป็น 1 ประตูที่มาจากเด็กหนุ่มในวัย 15ปี 11 เดือน เป็นสถิติ ” นักเตะที่อายุน้อยที่สุดที่ยิงประตูได้ในไทยลีก ”

หลังจากจบฤดูกาล 2015 ทีมได้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จากการดันนักเตะเยาวชนสู่การซื้อนักเตะบิ๊กเนมเข้ามาในทีม ทำให้โอกาสในการลงสนามของเขาน้อยลง จึงได้ออกไปหาประสบการณ์ให้กับตัวเองไม่ว่าจะเป็นหนึ่งในนักเตะโครงการ ” FC Bayern Youth Cup 2016 “ ที่เยอรมัน ,ย้ายไปร่วมทีม “ เชียงราย ซิตี้ “ แบบยืมตัว และ “ เชียงใหม่ เอฟซี “ แบบยืมตัวเช่นกัน

ขอบคุณภาพจาก Facebook : CHIAN RAI UNITED FC


ตลอด 3 ปี ที่เขาออกไปเสริมสร้างกระดูก เขาโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม เล่นได้อย่างมั่นใจ ทำให้ในปี 2019 เลก2 เชียงราย ยูไนเต็ด ได้เรียกตัวเขากลับมาสู่ทีมอีกครั้ง และเป็นฤดูกาลที่กำลังเข้มข้นของ ”กว่างโซ้งมหาภัย” เมื่อกำลังไล่ล่าลุ้นแชมป์ กับ “ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ” แบบสุดมัน ทำให้การกลับมาครั้งนี้ เขาเป็นกำลังสำคัญของทีมจนถึงนัดสุดท้ายที่ “ เชียงราย ยูไนเต็ด ” คว้าแชมป์ไทยลีกเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์สโมสร

แสงสว่างต่าง ๆ ที่ส่องเข้ามาถึงเด็กคนนี้ ทำให้เขาเป็นหนึ่งในตัวเลือกของโค้ชทีมชาติไทยที่ตอนนั้นคือ “ อาคิระ นิชิโนะ “ นี่เป็นครั้งแรกของเขากับทีมชุดใหญ่และเป็นครั้งสำคัญของทีมชาติไทยที่จะเดินทางไปแข่ง ” ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือกโซนเอเชีย “

ขอบคุณภาพจาก : https://www.sanook.com/sport/1031990/gallery/977057/

เจ้าตัวถือว่าเป็นตัวหลักของทีมชุดนี้คนนึง ที่ได้รับความไว้วางใจจากโค้ชเป็นอย่างมาก โดยเขาซัดไปหนึ่งประตูในเกมที่ “ทีมชาติไทยชนะยูเออี 2 ประตูต่อ 1 “ ได้รับคำชื่นชมจากแฟน ๆ เป็นอย่างมากในเกมนั้น

“ เส้นทางสายฟุตบอล “ ของเขากำลังไปได้สวย ในวัย 20 ปี ได้แชมป์ไทยลีกและยังติดทีมชาติชุดใหญ่แล้วอีกด้วย แต่สิ่งที่การเป็นนักฟุตบอลไม่อยากเจอที่สุดก็มาถึง เมื่อเจ้าตัวได้รับ ” อาการบาดเจ็บอย่างหนัก “ บริเวณหมอนรองกระดูกเข่า หลังจากการรับใช้ชาติในเกมที่ ” เสมอ เวียดนาม 1 ประตูต่อ 1 “ ทำให้เขาต้องเข้ารับการผ่าตัด

การบาดเจ็บในครั้งนี้ทำให้เขาห่างหายจากการแข่งขันไปเกือบปี ทั้งการรักษาอาการบาดเจ็บและการแพร่ระบาดของโควิด ทำให้การกลับมาลงสนามอีกครั้งของเขาทำได้ไม่ดี และความมั่นใจก็หายไป ถึงแม้จะกลับมาลงให้กับสโมสรหรือทีมชาติอีกครั้งก็ยังไม่สามารถเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้

ทำให้ ” เชียงราย ” จำเป็นต้องปล่อยยืมให้กับ “ เชียงใหม่ ยูไนเต็ด “ ไปก่อน เพื่อให้เจ้าตัวเรียกความมั่นใจกลับมา และนี่ก็คือการตัดสินใจที่ถูกต้องเมื่อเขาได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่องและเป็นอิสระกับตัวเอง ก่อนจะกลับมาติดทีมชาติอีกครั้งในยุคของ “มาโน่ โพลกิ้ง” ในเกมอุ่นเครื่อง

ถึงแม้ว่าจบฤดูกาลเขาจะไม่สามารถช่วย “ เชียงใหม่ ยูไนเต็ด “ ให้รอดตกชั้นจากไทยลีกได้ แต่ก็เป็นเรื่องที่ดีที่ฟอร์มส่วนตัวของเขานั้นเริ่มกลับมา ทำให้เขามีรายชื่อติด “ ทีมชาติไทย ยู-23 “ แข่งฟุตบอลซีเกมส์และชิงแชมป์เอเชีย2022

นี่คือเรื่องราวของเด็กหนุ่มชาวเชียงราย จากเป็นกองเชียร์ที่คอยเชียร์ทีมบ้านเกิด สู่การมาเป็น ”เจ้าชายกว่างโซ้ง” เชื่อว่าแฟนๆชาวเชียงรายคงจะไม่ลืมสิ่งดี ๆ ที่เด็กคนนี้เคยทำให้ และหวังว่าเขาจะโชว์ฟอร์มที่ดีกับ “กิเลนผยอง” เพื่ออนาคตข้างหน้าอาจจะต่อยอดไปยังเจลีก

Leave a Reply

%d bloggers like this: