ประวัตินักฟุตบอลต่างประเทศ “Sergio Ramos”

ประวัตินักฟุตบอลต่างประเทศ “Sergio Ramos”

ประวัตินักฟุตบอลต่างประเทศ เซร์คิโอ รามอส นักเตะกองหลังสุดแข็งแกร่ง ที่แม้แต่ดานี่ อัลเวส ยังเอ่ยปากว่า เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดเท่าเจอมา โดยตัวรามอสเป็นที่รู้จักกันในวงกว้างของวงการฟุตบอล ด้วยผลงานการเล่นที่โดเด่นของเขา การเป็นกองหลังที่แกร่งที่สุด ไม่ว่าทีมไหนที่ได้พบเจอกับรามอส ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า รุกยาก เพราะรามอสมีความแข็งแรง เทคนิคการเล่น ความรวดเร็วที่เหนือชั้น

และกล้าชน กล้าสู้ มีเลือดนักสู้อย่างเต็มที่ รวมทั้งประสบการณ์ที่เขาได้สั่งสมมาอย่างยาวนาน จึงไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมเขาถึงเป็นตัวเต็งกองหลังทีควรหลีกเลี่ยง และยังเป็นไอดอลในดวงใจของใครหลาย ๆ คน อีกทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับ นักเตะทั้งไทยและต่างประเทศอีกด้วย ซึ่งในวันนี้เราจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ ประวัติ นักฟุตบอลที่มีชื่อเสียง นักเตะกองหลังคนดังกัน เขาเป็นใคร และเป็นนักฟุตบอลได้อย่างไร เราไปดูกันเลย 

กว่าจะมาเป็น Sergio Ramos

เซร์คิโอ รามอส (Sergio Ramos) เกิดเมื่อวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2529 ที่เทศบาลกามาส เมืองเซบียา ประเทศสเปน สูง 183 เซนติเมตร ปัจจุบันรามอสอายุ 36 ปี มีพี่น้องทั้งหมด 2 คน คือ เรเน่และมิเรียม โดยตั้งแต่เด็กรามอสมีความฝันว่า อยากเป็นนักสู้วัวกระทิง แต่ด้วยความที่อาชีพนี้ค่อนข้างอันตราย มีความเสี่ยงสูง อีกทั้งยังได้รับการคัดค้านจากทั้งพ่อและแม่ จนกระทั่งพี่ชายของรามอสได้ให้คำแนะนำ ถึงกีฬาที่เหมาะกับตัวรามอส พร้อมทั้งยังให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ แม้แต่พ่อและแม่ของรามอสเองก็เห็นด้วยกับเรเน่

จึงได้เริ่มมีการสอดแทรกการเล่นฟุตบอล ลงไปในนิทานหรือการละเล่นต่าง ๆ ที่ได้เล่นร่วมกัน หลังจากนั้นไม่นานตัวเขาเอง ได้เริ่มเข้าสู่วงการฟุตบอลกับสโมสร เอฟซี กามาส (FC Camas) ถือเป็นสโมสรฟุตบอลเยาวชนที่โด่งดังในแถบนั้น เมื่อตัวรามอสได้เข้าร่วม เขาได้กวาดรางวัลการแข่งขันต่าง ๆ ให้กับทางสโมสรได้อย่างมากมาย 

Goalstorm

ต่อมาเขาได้เข้าร่วมกับสโมสรฟุตบอลเซบีย่า เป็นสโมสรฟุตบอลท้องถิ่นในแถบนั้น และตัวเขาได้แสดงศักยภาพด้านฟุตบอลออกมาได้อย่างเต็มที่ ทำให้เขาได้ถูกเลือกให้ลงมาเล่นเป็นตัวจริง ตำแหน่งกองหลังขวา ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เหมาะสมกับตัวเขามาก นักเตะที่ดีที่สุดในโลกตลอดกาล เหมือนกับว่าเขาเกิดมาพร้อมพรสวรรค์ และทักษะการเล่นที่เหมาะสมกับตำแหน่งนี้โดยเฉพาะ โดยเขาได้สร้างผลงานจากการลงเล่น ตำแหน่งกองหลังนี้ออกมาได้อย่างโดดเด่น จึงเป็นที่จับตามองจากสโมสรแถบยุโรปหลายแห่ง และได้รับข้อเสนอจากสโมสรอีกมากมาย

จนสุดท้ายเขาได้ไปเข้าตาสโมสรยักษ์ใหญ่ในประเทศสเปน อย่าง สโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริด และได้ทำสัญญาเป็นนักเตะ กับมาดริดตั้งแต่อายุเพียง 19 ปี จนถึงเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2564 ทางเซร์คิโอ ได้ประกาศอำลาสโมสร ที่อยู่มาอย่างยาวนานถึง 16 ปี อย่างสโมสรเรอัลมาดริดไปในที่สุด

ผลงานที่ผ่านมาของรามอส

การเริ่มต้นเล่นฟุตบอลของรามอส ได้เข้าร่วมทีมเยาวชนให้กับทางสโมสรเซบีย่า เอฟซี (Sevilla FC) เป็นครั้งแรก ในปี 2539-2546 หลังจากนั้นไม่นาน ทางรามอสได้เข้ามาร่วมเล่นทีมชุดใหญ่ ให้กับทางเซบีย่า แอตเลนิโก (Sevila Atlético) ซึ่งเป็นการเล่นฟุตบอลสายอาชีพครั้งแรกของรามอสเลยด้วย โดยตัวเซร์คิโอ รามอส ได้ลงเล่นร่วมกับทีมทั้งหมด 26 เกม และทำประตูได้เพียงแค่ 2 ประตูเท่านั้น และไม่นานเขาก็ได้ย้ายไปเล่นให้กับเซบีย่า เอฟซี พร้อมทั้งลงเล่นกับทีม 39 เกม ทำประตูไป 2 ประตูเช่นกัน

ในช่วงปี 2548 รามอสได้ถูกซื้อตัวเข้าสโมสรเรอัลมาดริด ด้วยค่าตัวมูลค่าสูงถึง 27 ล้านยูโร ซึ่งถือได้ว่าเป็นค่าตัวนักเตะที่ค่อนสูงมากเลยทีเดียว แต่ในช่วงเวลานั้นตัวเขาได้ถูกทางสโมสร โยกย้าย และนำเขาลงเล่นในตำแหน่งต่าง ๆ โดยบางเกมอาจมีผลงานที่ไม่น่าพอใจ เพราะตำแหน่งการเล่นที่ไม่เหมาะสมกับเขา ไม่นานเมื่อเข้าสู่ปี 2550 ทางสโมสรได้ไปสอบนักเตะมาเพิ่ม จึงทำให้รามอสได้กลับไปเล่นแบ็กขวาอีกครั้ง และได้สร้างผลงานให้กับทีมมาหลายสิบปี ถึงกับได้รับการขนานนามว่า เป็นนักเตะดาวซัลโวแห่งปีเลยทีเดียว

และยังไม่พอ ทางเรอัลมาดริด ได้แต่งตั้งให้ตัวเขาเป็นถึงกัปตันทีม พร้อมทั้งยังได้สร้างผลงานที่น่าจดจำ อย่างเช่น นำพาทีมคว้าชัยชนะจากการลงแข่งขันลากีลา 5 สมัยซ้อน, เป็นแชมป์ ยูฟา แชมป์เปี้ยนลีกถึง 4 สมัย และคว้ารางวัลบอลถ้วยสเปน โกปา เดล เรย์ได้อีก 2 สมัยเลยด้วย  นักบอลชื่อดัง อีกทั้งก่อนที่รามอสจะอำลาจากสโมสรราชันชุดขาวไป  เพราะได้ตัดสินใจที่จะไม่ทำการต่อสัญญา ที่จะหมดลงในปี 2564 จึงได้มีการจัดพิธีอำลาสุดพิเศษให้ หลังจากที่เล่นให้กับทีมมายาวนานถึง 16  ปี ด้วยผลงานการลงเล่นทั้งหมด 671 เกม และสถิติทำประตูมากถึง 101 ประตูนั่นเอง

นอกจากผลงานสโมสรต่าง ๆ แล้วนั้น เซร์คิโอ รามอส ได้ร่วมลงแข่งกับทีมชาติสเปนหลายครั้ง ทั้งทีมชาติรุ่นเยาวชน และทีมชาติชุดใหญ่ ที่สามารถโชว์ความสามารถ โชว์พลังออกมาได้อย่างโดดเด่น ทำให้เขาถือเป็นอีกหนึ่งกำลังหลัก ที่ทางทีมชาติสเปน ไม่สามารถปล่อยให้หลุดมือไปได้เลยนั่นเอง

ปัญหาเรื่องอาการบาดเจ็บ

ปัญหาใหญ่ที่เหล่านักเตะ ไม่อยากพบเจอมากที่สุด แต่ก็ไม่อาจที่จะสามารถหลีกเลี่ยงได้ นั่นก็คือ อาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้น เพราะถือเป็นอุปสรรคใหญ่ที่ทำให้เหล่านักเตะส่วนมาก ไม่สามารถรักษาฟอร์มการเล่นได้เหมือนเดิม ซึ่งปัญหานี้ได้เกิดขึ้นกับตัวเซร์คิโอ รามอสเช่นกัน และเป็นปัญหาที่รุนแรง อาจทำให้เขาไม่สามารถเล่นต่อได้ จนถึงขั้นต้องแขวนสตั๊ดเลยทีเดียว ด้วยการคอนเฟิร์มของทางแพทย์ว่า กล้ามเนื้อส่วนน่องของรามอสเปราะบาง

และสูญเสียความยืดหยุ่นไปค่อนข้างมาก เป็นผลจากการที่เขาใช้งานมาอย่างหนัก เพราะได้ใช้พลกำลังลงแข่งขันบอลมานานถึง 20 กว่าปี กล้ามเนื้อจึงค่อนข้างอ่อนแอจากความเสียหายสะสม หากรามอสไม่พักตัวเพื่อรักษา อาจทำให้เขาไม่สามารถกลับมาเล่นฟุตบอลได้อีกเลย

16 ปี กับเรอัลมาดริด และ เป้าหมายในอนาคต

ความผูกพันที่ เซร์คิโอ รามอส ได้มีต่อทีมราชันชุดขาว เป็นความผูกพันที่เหมือนครอบครัว เพราะเขาอยู่มานานมากถึง 16 เกือบ 17 ปีเลยทีเดียว แต่ด้วยปัญหาหลายอย่างที่ตัวเขาต้องเผชิญ จึงทำให้เขาตัดสินใจที่จะหันหลังออกมา แต่ทั้งแฟนบอลและเหล่านักเตะร่วมทีม จะจดจำผลงานทุกผลงาน ที่เขาได้สร้างไว้กับสโมสรอย่างแน่นอน เพราะเขาได้ถือเป็นนักเตะในตำนานของเรอัลมาดริด

ด้วยความที่เขาได้สร้างผลงานที่ยอดเยี่ยม เป็นถึงดาวซัลโว ช่วงเวลาที่ดังที่สุด สถิติทำประตูสุดโหด ไปจนถึงเรื่องความฮอตจากการได้รับใบแดง ทำให้รามอสมีหลายอย่างให้น่าจดจำ นักฟุตบอลที่ยิงเยอะที่สุดในโลก อีกทั้งเขายังเป็นนักเตะกองหลังรูปหล่อ ที่ได้ตกแฟนบอลสาว ๆ ไว้ทั่วโลกอีกด้วย

หลังจากที่ รามอส ออกจากสโมสรเรอัลมาดริดไป เขาได้ไปเซ็นสัญญากับสโมสร ปารีส แซงต์แฌร์เมง (Paris Saint-Germain F.C.) ไว้ 2 ปี เขามีเป้าหมายว่า อยากที่จะหาประสบการณ์ไปเรื่อย ๆ หลังจากนั้นเขามีแพลนที่จะรักษาร่างกายให้สมบูรณ์ เพิ่มความฟิต และอาจมีแนวโน้มเปลี่ยนแผนเป้าหมาย เพียงแต่ในตอนนี้เขาอยากที่จะรักษาฟอร์มการเล่น และพาทีมไปให้ไกลได้มากที่สุดเลยด้วย

นักเตะกองหลังคนนี้ ถือว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ด้วยความเก่งกาจ กล้าสู้ในทุก ๆ แมทช์การเล่น และพลังใจที่มีเต็มเปี่ยม เหล่าแฟนบอลนักเตะมั่นใจได้เลยว่า เซร์คิโอ รามอส จะสร้างผลงานฟุตบอลออกมา ให้ได้ติดตามไปอีกนานอย่างแน่นอน

Leave a Reply

%d bloggers like this: