ประวัตินักฟุตบอลไทย “ศศลักษณ์ ไหประโคน”

ประวัตินักฟุตบอลไทย ศศลักษณ์ ไหประโคน

ประวัตินักฟุตบอลไทย ศศลักษณ์ ไหประโคน แบ็กซ้ายดาวรุ่งคนเก่งจากทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ถึงแม้ตัวจะเล็ก แต่ก็เต็มไปด้วยความสามารถด้านฟุตบอลอย่างเต็มที่ ทั้งฝีเท้าที่ยอดเยี่ยมทักษะที่โดดเด่นทำให้ศศลักษณ์ ได้เดินทางไกลไปเล่นถึงประเทศเกาหลีใต้ 

ด้วยสัญญาการยืมตัวกับทางชุนบุกฮุนไดมอเตอร์ส ที่เป็นถึงสโมสร ฟุตบอลยิ่งใหญ่ในเคลีกอีกด้วย แม้ตอนนี้ข่าวสารฟุตบอลได้ออกมาแล้วว่า ศศลักษณ์จะกลับมาที่ไทยแล้ว เนื่องจากหมดสัญญากับทางสโมสรเกาหลี 

แต่เขาก็เตรียมพร้อมที่จะลงสนาม พร้อมกับทีมไทยลีกประจำฤดูกาลของเลกสอง โดยแฟนบอลต่างเชื่อว่า เมื่อศศลักษณ์กลับมา เขาต้องช่วยทีมคว้าแชมป์มาได้อย่างแน่นอน อีกทั้งหลังจากที่เขาได้ร่วม ลงฝีเท้ากับทางสโมสรเกาหลี 

เขาได้คว้าแชมป์และสร้างผลงานกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ เป็นการพิสูจน์ได้ว่า แม้ว่าเขาจะไม่ได้ลงเล่นตามที่คิด แต่เขาก็ยังสามารถร่วมทีมและพาทีมคว้าแชมป์มาได้ จึงถือได้ว่าเป็นนักเตะคนไทยที่ประสบความสำเร็จ ในต่างแดนอีกหนึ่งคนเลยทีเดียว

ทำความรู้จัก ศศลักษณ์ ไหประโคน แบ็กซ้ายคนเก่ง ดาวรุ่งของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

ศศลักษณ์ ไหประโคน ชื่อเล่น พี เกิดเมื่อวันที่ 8 มกราคม ปี 2539 ที่จังหวัดบุรีรัมย์ประเทศไทย ปัจจุบันอายุ 26 ปี มีส่วนสูงถึง 171 เซนติเมตร นักฟุตบอลไทยที่มีชื่อเสียง เล่นประจำตำแหน่งปีกและแบ็คซ้าย ศศลักษณ์ด้เปิดเผยว่า ตัวเขานั้นชื่นชอบฟุตบอลมาตั้งแต่ยังเด็ก 

ตั้งแต่จำความได้เขาก็รู้สึกชอบ และอยากจะเล่นกีฬาฟุตบอลนี้ให้ดีที่สุด เมื่อเล่นแล้วเขามีความสุขและสนุกทุกครั้งที่ได้เล่น ตั้งแต่เด็กเขารู้เป้าหมายในชีวิตของเขาแล้วว่าเขาจะทำอะไร และเขาต้องการสิ่งใด 

ต่อมาสมัยประถมศึกษาศศลักษณ์ได้เริ่มเล่นฟุตบอลอย่างจริงจัง จากการลงเรียนวิชาพละศึกษา นอกจากนี้โอกาสในการฝึกซ้อมมีมากขึ้น หลังจากที่เขาได้รับลูกบอลแถมจากผงซักฟอกยี่ห้อหนึ่ง ณ สมัยนั้นมีการจัดทำกิจกรรม ทางการตลาด 

Goalstorm

และทำให้เขานั้น ได้รับมาด้วยความที่ตัวสาระครอบครัวไม่ได้ร่ำรวยอะไรมาก แต่เขาก็มองว่า ฐานะการเงินไม่ได้บ่งบอกความสุขทั้งหมด สิ่งที่ชอบต่างหากเป็นสิ่งที่ บอกถึงความสุข ความอยากมีเป้าหมายของเขาได้มากกว่า

เมื่อเขาได้ลูกฟุตบอลมาแล้ว ทุก ๆ วันหลังจากที่กลับมาจากไปโรงเรียน เขาก็จะทุ่มเทกับการฝึกซ้อม  ฝึกทักษะการเล่นต่าง ๆ พร้อมทั้งยังได้ร่วมเล่นฟุตบอลกับรุ่นพี่ในละแวกที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน  เล่นตั้งแต่เย็นจนถึงดึก 

ถึงแม้ว่าจะเกิดการเปรียบเทียบกับ เด็กในวัยเดียวกันที่ขยันเรียน แต่ด้วยความที่ศศลักษณ์รู้ว่า อะไรคือสิ่งที่เขาต้องการ และสิ่งที่เขาสามารถทำมันได้ดี ก็คือกีฬาฟุตบอล ทำให้เขาเลือกที่จะโฟกัสกับการเล่นฟุตบอลมากกว่า 

และต้องการที่จะพิสูจน์ให้กับครอบครัวได้เห็นว่า ฟุตบอลนั้น สามารถพาเขาไปได้ไกลและดีกว่าที่หลายคนคิด รายชื่อนักบอล ไทย ลีก นอกจากนั้นเมื่อเขาเริ่มโตขึ้น ทางครอบครัวได้เห็นว่าเขานั้นชื่นชอบฟุตบอลจริง ๆ  แล้วเขามีความฝันที่อยากจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ จึงได้ยอมรับและ สนับสนุนการเล่นฟุตบอลของเขา

จากการที่เขาได้สอบเข้ากับทางโรงเรียนในวัยมัธยม ทำให้เขาได้รู้ว่า จริง ๆ ยังมีโรงเรียนที่เปิดโอกาสให้กับ นักเรียนที่ชื่นชอบกีฬาฟุตบอล โดยเฉพาะซึ่งเขาได้รู้มาจากพี่ ที่สามารถเข้าไปเป็นนักฟุตบอลให้กับโรงเรียนในจังหวัดกรุงเทพมหานครได้ 

จึงทำให้เขาตัดสินใจที่จะ เข้ามาสู่เมืองกรุง เพื่อที่จะไล่ตามความฝัน พร้อมทั้งพิสูจน์ตัวเองด้วยการ สอบคัดตัวเข้ากับโรงเรียนชื่อดัง ตอนนั้นเขาทั้งฝึกซ้อมทักษะการเล่น  ความแข็งแกร่งของทางร่างกาย เพื่อที่จะได้เตรียมตัวเข้าโรงเรียน แต่ด้วยสรีระร่างกายไม่เอื้ออำนวย ศศลักษณ์เขาเป็นผู้ชายที่มีรูปร่างเล็ก ผอมแห้ง จึงมักจะถูกมองข้ามอยู่เสมอ

แต่สุดท้ายศศลักษณ์เลือกที่จะไปคัดตัวกับโรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี โดยอาจารย์สกลเกลี้ยงประเสริฐได้เห็นแววของตัวของศศลักษณ์ สุดท้าย จึงเลือกเขาเข้ามาพร้อมกับคอยบอกคอยสอนอยู่เสมอว่า ความพยายาม ความมุมานะอยู่ที่ใจของตนเอง 

จึงทำให้ศศลักษณ์มีแรงฮึด ไม่ย่อท้อ พร้อมกับพิสูจน์ตัวเองด้วยการ ลงเล่นกีฬาฟุตซอล แล้ว เล่นไปพร้อมกับฟุตบอล ทุกเกมการเล่นของเขานั้นเขาได้โชว์ฟอร์มการเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม จึงทำให้เขานั้นเริ่มเป็นที่รู้จัก และมีผู้คนยอมรับเขามากขึ้น 

จากนั้นโอกาสก็ได้มาถึงในปี 2557 ศศลักษณ์ได้ถูกเลือกเป็นนักเตะระดับไทยลีก ได้ร่วมทีมกับทาง แบงค็อก ยูไนเต็ด ประวัตินักฟุตบอลทีมชาติไทย ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยมีโอกาสได้ลงเล่น แต่เขาก็ได้ร่วมฝึกซ้อมกับ รุ่นพี่ทีมชุดใหญ่ได้รับรู้ประสบการณ์ และเทคนิคการเล่นอีกอย่างหลากหลาย ทำให้เขานั้นได้พัฒนาฝีเท้า ได้อย่างต่อเนื่อง 

ในปี 2560 ศศลักษณ์ได้รับการติดต่อจากทีมบุรีรัมย์ยูไนเต็ด พร้อมทั้งยังได้ไปเข้าร่วมกับทางสโมสร มีการเปิดตัวสมาชิกใหม่ และในตอนนั้นมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ถึงนักเตะที่ไม่ได้รับเลือกลงเล่นในสนาม  

แต่สุดท้ายเขาก็ได้พิสูจน์ตัวเองกับการลงสนามให้กับทางสโมสรบุรีรัมย์ยูไนเต็ด มากถึง 9 นัด พร้อมทั้งเป็นตัวจริง 8 นัด ทำให้สโมสรคว้าแชมปไทยลีกในตอนนั้นมาได้ แต่สิ่งที่เขาภูมิใจมากที่สุดคือ การที่เขาได้ติดทีมชาติไทย 

ซึ่งเป็นความฝันของเศศลักษณ์ และเขาติดทีมชาติในรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี พร้อมทั้งได้ลงเล่นศึกฟุตบอลมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ปี2560 หลังจากที่เขาได้โชว์ฟอร์มผลงานดีเยี่ยม สุดท้ายแล้วเขาได้เป็นนักเตะตัวหลักของทางสโมสรบุรีรัมย์ แต่โอกาสของเขาที่ได้รับยังไม่สิ้นสุด เพราะเขาได้ไปเฉิดฉายที่ประเทศเกาหลีกับศึกเคลีก 

ถึงแม้จะได้ลงเล่นเพียงแค่ 3 ครั้ง แต่เขาก็สามารถพาทีมฝ่าคู่แข่ง คว้าแชมป์ลีกได้ตามแผนที่วางไว้ และปัจจุบันนี้เขาได้กลับมาอยู่กับทางสโมสรบุรีรัมย์อีกครั้ง เนื่องจากหมดสัญญายืมตัวกับทางสโมสร ชุนบุกฮุนไดมอเตอร์ส

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่เป็นแรงผลักดันได้เดินทางไกลไปต่างแดน

ศศลักษณ์ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ ถึงคำดูถูกและคำสบประมาท มาตั้งแต่การเข้าร่วมกับสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โดยศศลักษณ์เป็นคนที่มีรูปร่างเล็ก ดูไม่แข็งแรงกำยำ อีกทั้งยังเป็นผู้เล่นที่ไม่ค่อยได้ลงสนาม น้องจากที่อยู่กับสโมสรแบงค็อก ยูไนเต็ด 

จึงทำให้เหล่าแฟนบอลที่พอจะเคยเห็นหน้าค่าตาของเขานั้น เกิดความดูถูกเหยียดหยามอยู่ในใจ สุดท้ายศศลักษณ์ก็สามารถลบคำสบประมาท จากความพยายามเหล่านั้นไปได้ ในช่วงที่เขาได้รับโอกาสให้ลงเล่นกับทางบุรีรัมย์ 

เขาได้โชว์ฝีเท้าที่มาพร้อมพรสวรรค์ ได้อย่างน่าตกตะลึง รวมถึงความรวดเร็ว การอ่านเกมที่ดีเยี่ยม จึงทำให้เขาได้รับการยอมรับมากที่สุด รายชื่อนักบอลไทยลีก โอกาสเข้ามาที่เขายังเรื่อย ๆ แต่สุดท้าย ศศลักษณ์ก็ได้ไปหาประสบการณ์ไกลถึงประเทศเกาหลีใต้ 

ด้วยการเล่น การโชว์ฟอร์มการเล่นที่ดีเยี่ยม ทำให้เข้าตาหลายสโมสร แต่เขาก็ไปร่วมลงสนามกับทางให้ไปเตะตากับ สโมสรชุนบุกฮุนไดมอเตอร์ส และร่วมทีมคว้าแชมป์เคลีกมาได้เลยด้วยข่าวสารฟุตบอลล่าสุด 

ได้มีการกล่าวถึงผลงานที่เขาจะลงเล่นในศึกไทยลีกประจำฤดูกาล หากต้องการส่งแรงใจแรงเชียร์ สามารถติดตามเพจหรือช่องทางส่วนตัวของนักฟุตบอลได้เลย มั่นใจได้เลยว่า คุณจะไมม่พลาดโอกาสในทุก ๆ ศึก

Leave a Reply

%d bloggers like this: