ประวัตินักฟุตบอลไทย “วีระเทพ ป้อมพันธุ์”

ประวัตินักฟุตบอลไทย วีระเทพ ป้อมพันธุ์

ประวัตินักฟุตบอลไทย นักเตะที่มีศึก เจลีกเป็นความฝันที่อยากจะไปให้ถึง อย่าง วีระเทพ ป้อมพันธุ์ นักเตะที่มีเจ ชนาทิป เป็นไอดอลในวงการฟุถตบอล ที่ถึงแม้ในตอนนี้เขาจะกลายเป็นนักเตะแนวหน้า แต่ก็ยังคงชื่นชอบและอิยากทำตามรุ่นพี่ในวงการมากฝีมือคนนี้ โดยตัวเขาได้เป็นนักเตะดาวรุ่งที่อายุยังน้อย 

แต่สามารถทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยม ในวงการข่าวสารฟุตบอล เขาเป็น 1 ในนักเตะที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในแฟนบอลชาวไทย ด้วยฝีเท้าที่เก่งกาจ และการโชว์ฟอร์มการเล่นทที่น่าประทับใจ ทำให้เขาเป็นนักเตะที่ขาดไมใ่ได้ของทีม และทางทีมชาติเลยทีเดียว

ประวัติที่น่าสนใจในนักเตะหนุ่มดาวรุ่งคนนี้

วีระเทพ ป้อมพันธุ์ ชื่อเล่น เตอร์ เกิดวันที่ 19 กันยายน ปี 2539 ที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ปัจจุบันอายุ 25 ปี เล่นประจำตำแหน่งแบ็คซ้าย วีระเทพมีความชอบฟุตบอลตั้งแต่สมัยเด็กในช่วงมัธยมต้นเขาได้ย้ายไปเรียนที่โรงเรียนกีฬากรุงเทพมหานคร 

ที่สามารถทำให้้เขาได้ฝึกเล่นฟุตบอลได้ตลอดอย่างเป็นประจำวัน เรียกว่า เป็นกิจวัตรที่เขาขาดไม่ได้เลยทีเดียว โดยวีระเทพได้รับการฝึกซ้อมเป็นอย่างดีจากโค้ชทอม สุรศักดิ์ ใจมั่น และตอนนั้นวีระเทพมีชื่อเสียงค่อนข้างโด่งดัง ในเรื่องของความเกเร มีความแข็งกร้าว แต่ต้องยอมรับเลยว่าฝีเท้าการเล่นของเขาดีเยี่ยมจริง ๆ 

หลังจากที่เขาจบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น นักฟุตบอลทีมชาติไทยในอดีต วีระเทพได้เข้าไปศึกษาต่อที่โรงเรียนอัสสัมชัญ ธนบุรี ซึ่งจุดนี้เป็นโอกาสครั้งยิ่งใหญ่สำหรับเขาเลยทีเดียว ด้วยความที่วีระเทพมีความรวดเร็ว เก่งกาจในด้านกีฬาฟุตบอล มีฝีเท้าและทักษะที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง 

ทำให้เขานั้นได้พาทีมนักเตะคว้าแชมป์มาได้หลากหลายรายการ และหนึ่งในนักเตะชื่อดังที่เป็นเพื่อนร่วมทีมของเขาก็คื อกวินทร์ ธรรมสัจจานันท์เมื่อจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายวีระเทพได้เข้าเล่นฟุตบอลอาชีพอย่างเต็มตัว

กับทางสโมสรราชประชา ตลอดเวลาที่อยู่ในราชประชานั้นที่เราท้อได้ทำการฝึกฝนฝีเท้าสั่งสมประสบการณ์การลงเล่นจึงทำให้เขานั้นมีฝีเท้าที่เฉียบคมมากยิ่งขึ้น หลังจากนั้นไม่นานเพียงหนึ่งปี ด้วยความโดดเด่นของวีระเทพ 

เขาได้ถูกดึงตัวเข้าไปร่วมลงแข่งกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ในศึกไทยลีกยุคของประพล พงษ์พานิชห รือที่รู้จักกันในนาม น้าเหม่ง ที่เป็นถึงกุลซือในทีมชุดนั้น แต่ถึงแม้ว่าการแข่งขันจะไม่ได้ประสบความสำเร็จอย่างที่คิด แต่เขาก็ได้รับประสบการณ์และ รูปแบบการเล่นในลีกฟุตบอลสูงสุดประจำปี 2551 ได้ด้วย

ไม่นานทางคุณเนวิน ชิดชอบก็ได้เข้ามาแท้โอเวอร์ ทีมของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคไป ทำให้วีระเทพได้เข้าร่วมทีมของทางบุรีรัมย์ พีทีเอ ทีมชาติไทย ตาราง ต่อมาในปี 2554 วีระเทพสามารถนำพาเพื่อนร่วมทีม คว้าแชมป์มาได้ถึง 3 รายการ

ทั้ง ลีก คัพ, ไทยลีก และเอฟเอคัพ ถึงแม้ว่าเขาจะสามารถพาทีมคว้ารางวัลมาได้ เขาก็สร้างชื่อเสียให้กับตัวเองได้เหมือนกัน ช่วงนั้นวีระเทพโดนใบแดงสองใบติดต่อกัน ภายในสองวันที่ลงแข่งกับทีมชาติไทย ซึ่งถือเป็นสิ่งที่แฟนบอลพูดคุยกันสนุกสนาน 

ในข่าวสารฟุตบอลไทยในตอนนั้นมากเลยทีเดียวซึ่งเป็นศึกการแข่งขันทีมชาติไทยกับซาอุดิอาระเบีย ประจำการแข่งขันฟุตบอลโลก ปี 2555 จากนั้นเขาก็ได้ลงให้ในหลายรายการ แต่ว่าเขาก็โดนหนักมากเลยทีเดียวแฟนบอล นักข่าว 

แม้กระทั่งประชาชนทั่วไป ก็ยังมีการกล่าวถึงและตำหนิติเตือนเขาอยู่เสมอ ทุกครั้งที่วีระเทพลงสนามเขามักจะโดนด่าจากแฟนบอล แต่วีระเทพก็ไม่ตอบโต้ เพราะเขาคิดว่า เสียงด่า ยิ่งด่าเขามากเท่าไหร่ 

เขาก็จะยิ่งทำให้เห็นถึงความสามารถของเขามากยิ่งขึ้น ไม่นานวีระเทพก็ร่วมเล่นกับทางบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และสามารถคว้าโทรฟี่แชมป์กับทางสโมสรมาได้ถึง 20 รายการ ด้วยช่วยโทรฟี่ที่มากมายขนาดนี้ 

Goalstorm

ทำให้เขาได้รับความสนใจจากสโมสรประเทศญี่ปุ่นอย่าง สโมสรจูบิโล่ อิวาตะ แต่ทางสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดยังมองว่า อายุนักบอลไทย ทางนักเตะของสมาชิกโมสรยังไม่มีความพร้อมมากพอ จึงได้ปฏิเสธไป แต่หไม่นานวีระเทพได้ย้ายไปอยู่กับทางเมืองทอง ยูไนเต็ดด้วยค่าตัวที่สูงมากถึง 30 ล้านบาท

วีระเทพได้ทำผลงานไว้กับทางทีมหลากหลายรายการ โดยเขาได้ลงเล่นเอเอฟซี แชมป์เปี้ยนลีกมากติดต่อกันถึง 6 ฤดูกาล ในทีมชาติเขาก็ได้เล่น พร้อมได้เหรียญทองซีเกมส์ และแชมป์อาเซียน คัพ ซึ่งเขาคว้าโทรฟี่มาได้ตลอดการแข่งไปทีเดียว

อีกทั้งยังสามารถพาทีมชาติเข้า 12 ทีมสุดท้าย ในศึกบอลโลกปี 2561 ในโซนเอเชียได้ด้วย จากประสบการณ์ของเขาที่มีหลากหลายนี้ ทำให้สุดท้ายแล้วในปี 2560 ทางสโมสรเมืองทองยูไนเต็ดได้ปล่อยเขาออกจากอ้อมกอด 

เพื่อที่เขาได้ไปค้นคว้าหาประสบการณ์และค้าแข้งกับทางเจลีก ณ ตอนนั้นเป็นสโมสรวิสเลโกเบ และพวกเขาไปพร้อมกับสัญญายืมตัวหนึ่งปี แต่ด้วยการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง เพราะภายในทีมมีนักแต่ที่มีชื่อเสียง ในตำแหน่งเดียวกับเขามาร่วมชิงตำแหน่งด้วย 

ทำให้ทางวีระเทพเกิดความท้อแท้เหนื่อยใจ เขาอยากที่จะเก็บของกลับบ้านเกิดเมืองนอนของเขา ทำให้ไม่นานเขาก็ได้ถูกดร็อปตัวและส่งกลับมาที่ประเทศไทย เนื่องจากว่าผลงานของเขาไม่ได้ดีเท่าที่ควร เหมือนเป็นนักเตะฟุตบอลธรรมดาทั่วไป ด้วยผลงานที่ลงไปถึง 28 นัด 

เขาทำไปเพียงแค่ 2 แอสซิสต์เท่านั้น ถือเป็นสกอร์ที่ค่อนข้างธรรมดามากเลยทีเดียว สำหรับนักเตะคนนี้ วีระเทพได้ประเทศไทยมาได้ไม่นาน รายชื่อนักบอล ไทย ลีก เขาได้มีการฝึกซ้อมเก็บตัว พร้อมที่จะลงแข่งชิงแชมป์ต่าง ๆ 

ในฤดูกาลปี 2563 แต่แล้วเขาก็ให้ถูกดึงตัวไปเล่นให้กับทางสโมสรโยโกฮามา เอฟ มารินอส เนื่องจากว่าในตอนนั้นทางสโมสรได้เกิดวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ นักเตะแบ็คซ้ายของเขาขาดแคลน เพราะถูกซื้อตัวไปที่อูราวะ เรด ไดม่อนส์ 

ซึ่งเป็นทีมคู่แข่งในเจลีกกับเขา ทำให้สุดท้ายแล้วเขาต้องเลือกส่องนักเตะใหม่ และมาสะดุดตากับวีระเทพ ด้วยความที่ผลงานที่ทางตัวเขาเคยสร้างไว้ในอดีต มันดีเยี่ยมและหน้าดึงตัวมาร่วมทีม สุดท้ายทางสโมสรตัดสินใจดึงตัวเข้ามาเล่น 

ถึงแม้วีระเทพจะได้กลับไปเล่นให้กับศึกเจลีกอีกครั้ง แต่เขาก็ต้องเจอกับอุปสรรค เพราะความแข็งแกร่งของคู่แข่ง ถึงแม้จะมีน้อย แต่ทักษาฝีเท้าไม่ธรรมดา เมื่อเขาได้เข้าไปร่วมฝึกเตะครั้งแรก เขาได้รับอาการบาดเจ็บบริเวณกล้ามเนื้อ 

จึงทำให้เขาต้องพักฟื้น 3 อาทิตย์เลยทีเดียว แต่หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ได้ทำการพิสูจน์ตัวเอง แล้วเอาความท้อแท้มาเป็นแรงผลักดันทำให้เขาได้ลงแข่งขันตัวจริงหลากหลายรายการ 

ในที่สุดฝีเท้าและฟอร์มการเล่นของเขา ก็ทำออกมาได้อย่างดีเยี่ยม ด้วยความทุ่มเทมุมานะ 

ไม่นานเขาก็สามารถร่วมทีมคว้าแชมป์ในศึกเจลีก และสามารถนำทีมประสบความสำเร็จได้ ซึ่งเจลีกในครั้งนั้น เป็นเพียงครั้งที่ 4 ในรอบ 15 ปี วีระเทพได้นำธงชาติไทยไปไปโบกสะบัดในสนามอีกด้วย 

และปัจจุบันนี้วีระเทพ หลังจากที่ได้กลับมาจากญี่ปุ่นครั้งนี้ วีระเทพได้กลับเข้ามาสู่อ้อมแขนของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และตอนนี้เขาได้สร้างผลงานไว้ค่อนข้างมากมาย ถือได้ว่าเป็นดาวเด่นที่ไม่เคยตกเลยทีเดียว

เดอะแบกที่มีกำลังใจจากครอบครัวเต็มเปี่ยม

วีระเทพเคยได้รับการกล่าวขานถึง ความก้าวร้าวและเกเรของเขา โดยที่วีระเทพเมื่อลงสนามก็อาจจะมีอาการหัวร้อน และด้วยความที่เป็นคนจริงจัง ทำให้หลายฝ่ายอาจตึงเครียด โดยตัววีระเทพเคยล้มมาก่อน 

ซึ่งการล้มในที่นี้หมายถึงดราม่าที่เขาต้องเผชิญ ทำให้เขารู้สึกท้อแท้และสิ้นหวัง จุดนั้น จุดที่เขาโดนวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องการโดนใบแดง 2 ใบติดกัน นักบอลไทย ภายใน 2 วัน ศึกทีมชาติทั้งนั้น ทำให้เขาโดนต่อว่าอย่างรุนแรงจาก ทั้งสื่อมวลชนและพวกคนใกล้ตัว 

แต่วีระเทพก็ไม่ยอมแพ้ ถึงแม้จะมีช่วงหนึ่งที่เขาขอพักฟื้นสภาพร่างกายและจิตใจ แต่ไม่นานเขาก็กลับมาใหม่ ด้วยการเอาคำด่าเหล่านั้นมาเป็นแรงผักดันให้กับเขา วีระเทพมีครอบครัวของเขา คนรู้จัก และแฟนบอลที่ยังเชื่อมั่นในตัวเขา 

คอยให้กำลังใจอยู่ใกล้ ๆ จึงเป็นแรงฮึดให้เขาสามารถพลิก และกลับมาตั้งหลักได้ไม่ยากเลยทีเดียว ในปีนี้จากข่าวสารฟุตบอลล่าสุด เขาได้ลงเล่นหลายรายการ และการเล่นของเขาจะเป็นอย่างไร เหล่าแฟนคลับอย่าบืมไปให้กำลังใจติดขอบสนามได้เลย

Leave a Reply

%d bloggers like this: