ประวัตินักฟุตบอลไทย “ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา”

ประวัตินักฟุตบอลไทย ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา

ประวัตินักฟุตบอลไทย ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา นักเตะดาวรุ่งอายุน้อย แห่งสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด รวมถึงยังเป็นนักเตะทีมชาติไทยด้วย ซึ่งดีกรีขนาดนี้ ทำให้เขาเป็นที่จับตามองจากแฟนบอลทั่วประเทศ แต่นอกจากจะมีดีกรีเป็นนักฟุตบอลดาวรุ่งแล้ว เขายังเป็นถึงน้องชายของนักฟุตบอลชื่อดัง สุภโชค สารชาติ 

ที่เป็นทั้งพี่ชายและเป็นรุ่นพี่ในสโมสรอีกด้วย โดยศุภณัฏฐ์ เป็นนักเตะที่มีพรสวรรค์ และทักษะการเล่นที่ดีเยี่ยม ทำให้การที่เขาจะก้าวมาเป็น นักเตะแถวหน้าของประเทศไทย จึงไม่ใช่เรื่องยากนัก เขาได้เข้าร่วมสโมสรและทีมชาติ 

ด้วยความสามารถที่ยอดเยี่ยม จึงทำให้เหล่าแฟนบอลยอมรับในความสามารถ อีกทั้งยังมีแฟนบอลชาวไทยและชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นอีกด้วย ถือเป็นนักเตะอายุน้อยไฟแรงอนาคตไกลเลยทีเดียว

ความเป็นมาของ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา เป็นนักฟุตบอลได้อย่างไร

ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา (Supanat Mueanta) ชื่อเล่น แบงค์ เกิดเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ปี 2545 ที่จังหวัดศรีสะเกษ ประเทศไทย ปัจจุบันอายุ 19 ปี มีส่วนสูง 175 เซนติเมตร แบงค์ หรือศุภณัฏฐ์ เขาเกิดมาในครอบครัวชาวนา 

มีทั้งพี่ชาย และน้องชาย โดยตัวแบงค์เองมีความชอบฟุตบอลมาตั้งแต่เด็ก เนื่องจากเขาเห็นพี่ชายเล่นฟุตบอลเป็นประจำ และเมื่อเขาได้เล่นตามทำให้เขาได้รู้ความชอบของตัวเอง ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ เริ่มแรกจากการที่เขาได้เล่นกับเพื่อน และเด็กวัยเดียวกันที่อยู่ในละแวกบ้าน หลังจากนั้นเขาก็ได้ร่วมเล่นกับ พี่ ๆ และน้าแถวบ้าน ทำให้เขาได้มีทักษะการเล่นติดตัวมาบ้าง

จากนั้นไม่นานเขาก็ได้ตามพี่ชายของเขา ที่เป็นนักฟุตบอลเหมือนกัน อย่างสุภโชค สารชาติ ซึ่งเป็นนักฟุตบอลที่กำลังโด่งดัง แห่งสโมสรบุรีรัมย์ยูไนเต็ด โดยตัวแบงค์ ได้ตามเข้ามาและได้ใช้ความสามารถของตัวเอง 

จนได้เข้ามาอยู่ในนักเตะรุ่นเยาวชน ของบุรีรัมย์ อะคาเดมี่  ได้ฝึกซ้อมทักษะมากมาย พร้อมกับได้ร่วมเล่นกับทีมเยาวชนนั้น ด้วยทักษะฝีไม้ลายมือ และพรสวรรค์ที่ติดตัวมา ทำให้เขาและทีมคว้าแชมป์มาได้หลายรายการ 

ต่อมาในเวลาไม่นาน เมื่อถึงฤดูกาล ปี2560 ตัวเขาได้ถูกกุนซือเซราะกราว หรือ โบซิดาร์ บันโดวิช ที่เห็นแววของตัวแบงค์ว่า เขาจะสามารถไปได้ไกลแน่นอนในอนาคต จึงได้เลือกและผลักดันขึ้นมา ให้ได้มาซ้อมกับทีมชุดใหญ่ 

Goalstorm

ทำให้แบงค์ได้มีโอกาสได้ซ้อม ได้ฝึกประสบการณ์ และได้รับทักษะต่าง ๆ จากรุ่นพี่ในตอนนั้น ต่อมาหลังจากนั้นหนึ่งปี ตัวเขาได้ลงสนามเกมแรก ซึ่งเป็นเกมฟุตบอลไทยลีก พร้อมกับทีมชุดใหญ่ของบุรีรัมย์ ซึ่งในขณะนั้นเขาอายุเพียงแค่ 15 ปีเท่านั้น ทำให้เขานั้นกลายเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุด นักฟุตบอลไทยที่มีชื่อเสียง ที่ได้ลงเล่นในไทยลีก ทำให้เขาเป็นที่จับตามองมากที่สุด 

ถึงแม้ว่าในเกมครั้งแรกเขาจะได้ลงเป็นตัวสำรองให้กับเกม แต่หลังจากเกมถัดมา เขาได้ยิงประตูแรกในไทยลีก พร้อมกับช่วยทีมคว้าชัยชนะจาก แอร์ฟอร์ซไปได้ด้วยสกอร์ 5-0โดยเกมนั้น เขาได้โชว์ฝีไม้ลายมือของเขาอย่างเต็มที่ 

ทำให้เขาได้ยิงประตูถึงสองประตูด้วยกัน หลังจากนั้นเขาได้มีโอกาสเข้าไปร่วมลงแข่งหลายทัวร์นาเมนต์ อาจมีแพ้บ้าง ชนะบ้าง แต่ก็ถือได้ว่าเขาเป็นนักเตะที่อยู่ในรุ่นระดับท็อป ของนักเตะอายุน้อยเลยด้วย อีกทั้ง แบงค์ ศุภณัฏฐ์ ได้ติดทีมชาติตั้งแต่ตัวเขาอายุ 14 ปี ในชุด ยู16 และต่อมาไม่นานเขาก็ได้ติดชุดใหญ่ ในวัยเพียงแค่ 16 ปีเท่านั้น 

ถือได้ว่าเป็นการลงทีมชาติข้ามรุ่นที่น่าจับตามองมาก ๆ เพราะ ณ เวลานั้น เขามีอายุที่น้อยที่สุด นอกจากจะเป็นที่น่าเป็นห่วงแล้วยังเป็นที่น่ากังวลใจ กับเหล่าแฟนคลับนักฟุตบอลไทย ด้วยความเชื่อมั่นที่ว่า แบงค์จะชนะมีน้อยมาก แต่เขาก็ได้โชว์ฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยม และทักษะการเล่นที่เหนือชั้น พร้อมทั้งเขายังได้รับการชี้แนะจาก โค้ชป้ำ 

ซึ่งเขามีประสบการณ์การติดทีมชาติ ตั้งแต่สมัยอายุเพียง 17 ปี จึงได้มีการเล่าถึงประสบการณ์การเตรียมตัว การฝึกซ้อมต่าง ๆ ว่าควรที่จะทำอย่างไร จึงทำให้แบงค์สามารถนำไปปรับใช้ พร้อมทั้งยังพัฒนาตนเองขึ้นมาได้อย่างดี และทำให้เขากลายเป็นนักบอลดาวรุ่ง ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ในทุกวันนี้

ฟุตบอลสอนให้รู้จักการใช้ชีวิตมากกว่าที่คิด

ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ได้เคยกล่าวไว้ว่า ในช่วงที่เขาเล่นฟุตบอลในช่วงแรก เขามองว่าฟุตบอลเป็นเกมกีฬาชนิดหนึ่ง การที่จะไปได้ไกลเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก แต่แล้วเขาก็ต้องเปลี่ยนความคิดนี้ไป หลังจากที่เขาได้เข้ามาอยู่ในทีม บุรีรัมย์ อะคาเดมี่ 

เพราะเขายังได้รู้ว่า กีฬาฟุตบอลมันยังไปต่อได้อีก มันสามารถก้าวหน้าได้เรื่อย ๆ  ทำให้เขามีเป้าหมายในชีวิต และรู้สึกอยากจะพัฒนาตัวเองไปให้ไกลขึ้น เพิ่มแพชชั่นให้กับตัวของเขาเอง โดยสำหรับตัวเขาแล้วนั้น การเข้ามาเป็นนักฟุตบอล 

เขาจะต้องมีความรับผิดชอบมากกว่า เด็กวัยเดียวกันมากเป็นสองเท่า เพราะเขาต้องทั้งเรียน ทำงานในโรงเรียน การบ้าน รวมถึงต้องมาฝึกซ้อมฟุตบอลทุกวัน ทำให้เขารู้จักแบ่งเวลลาในการใช้ชีวิต มีกฎ ระเบียบวินัยมากยิ่งขึ้น 

อีกทั้งการที่เขาได้ เข้าไปอยู่ในสโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นสโมสรที่ขึ้นชื่อว่า เน้นเรื่องระเบียบวินัย ทำให้เหล่านักฟุตบอลที่อยู่ในนั้น ได้ฝึกฝนตัวเองมีระเบียบวินัยมากยิ่งขึ้นด้วย นอกจากนี้ การแข่งขัน การเก็บตัว และการฝึกซ้อม 

ทำให้เขาได้รับประสบการณ์ต่าง ๆ มากมาย มีความคิดความอ่านที่เป็นผู้ใหญ่มากยิ่งขึ้น แนวทางหลายอย่างที่เขาได้รับ เขาสามารถนำมาปรับใช้กับการใช้ชีวิตประจำวันได้ ทำให้เขาได้รู้ว่า เขาจะสามารถเดินไปทางไหนต่อ 

และทำอย่างไรกับหนทางในอนาคต ถือว่า แบงค์ศุภณัฏฐ์ เป็นวัยรุ่นอายุน้อย ที่รู้จักวางแผนการใช้ชีวิต และมีความคิดความอ่านที่ค่อนข้างเป็นผู้ใหญ่ จึงไม่แปลกใจว่า ทำไมเขาถึงพัฒนาตัวเองไปได้ไกล และมีความมุ่งมั่น 100% ที่จะพาตัวเองไปให้ถึงเป้าหมายอีกด้วย

ติดทีมชาติไทยได้ด้วยวัยเพียง 16 ปี ขึ้นแท่นนักเตะอายุน้อยที่สุด

การที่ ศุภณัฏฐ์ สามารถติดทีมชาติไทย ได้ในเพียงอายุแค่ 16 ปี เขาต้องแลกช่วงเวลาชีวิตหลายอย่างของเขา ไม่สามารถที่จะเล่น เหมือนอย่างเด็กวัยเดียวกันได้ เพียงแค่เด็กวัยรุ่นมัธยมปลาย เขาก็สามารถติดทีมชาติไทยรุ่น ยู16 และสามารถข้ามรุ่นไปอยู่ทั้ง ยู19 ยู23 และทีมชุดใหญ่ได้ ด้วยความขยันมุ่งมั่น 

ทำให้เขานั้นสามารถที่จะพัฒนาทักษะ อายุนักบอลไทย ในด้านการเล่นฟุตบอลเพิ่มหลายอย่าง รู้จุดบกพร่องของตัวเอง และรู้ว่าควรแก้ไขพัฒนาอย่างไร อีกทั้งเรื่องความแข็งแรงของร่างกาย ทำให้เขาออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ฝึกซ้อมอย่างเต็มที่ 

และเขามักจะไปย้อนมองดูช่วงเกมการเล่น ที่ตัวเขาทำผิดพลาดไปทุกครั้ง พร้อมทั้งคอยหาแนวทางแก้ไขจุดที่เขาผิดพลาด เพื่อที่ถ้าในวันหนึ่ง เขาได้เจอสถานการณ์เดิมที่เขาเคยผิดพลาดมา เขาจะสามารถแก้ไขได้อย่างไร

และจากการที่เขาได้รับบทเรียนความพ่ายแพ้ และได้รับประสบการณ์ต่าง ๆ จากรุ่นพี่มากมาย ทำให้เขาสามารถจับแนวทางในการเล่นฟุตบอลได้ เขาจึงสามารถเล่น นักบอลไทยที่เก่งที่สุด และโชว์ทักษะออกมาได้อย่างดี สุดท้ายผลลัพธ์ก็บังเกิดผล 

ทำให้เขานั้นได้รับการขนานนามว่า เป็นนักเตะดาวรุ่งที่อายุน้อยที่สุด และเขาพิสูจน์ตัวเองได้ด้วยการก้าวเข้ามาติดในทีมชาติไทย และลงเล่นอาชีพให้กับสโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดพร้อมทั้งะร่วมคว้าแชมป์กับพี่ ๆ ร่วมทีมมาได้อย่างมากมายนั่นเอง

ถือได้ว่า ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา เป็นนักเตะอายุน้อยไฟแรงอนาคตไกล อีกคนหนึ่งของวงการฟุตบอลไทยเลยทีเดียว ด้วยวัยเพียงแค่่นี้ แต่เขาสามารถก้าวมาถึงระดับมืออาชีพ เชื่อว่า เขาจะสามารถไปได้ไกลถึงนักเตะระดับโลกได้เลยทีเดียว

Leave a Reply

%d bloggers like this: