ประวัตินักฟุตบอลไทย ชิติพัทธ์ แทนกลาง

ประวัตินักฟุตบอลไทย ชิติพัทธ์ แทนกลาง

ประวัตินักฟุตบอลไทย อีกหนึ่งนักเตะ ที่มีชื่อเสียงจาก ทางสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด นั่นก็คือ ชิติพัทธ์ แทนกลาง โดยเขานั้นถือเป็นนักเตะ ที่มีชื่อเสียงมาก อีกหนึ่งคน เขาเป็นนักเตะ คนดังที่สามารถ คว้าแชมป์ไทยลีกได้ถึง5 สมัย 

จึงทำให้เขาเป็นที่กล่าวขาน ในวงการข่าวสาร ฟุตบอลไทย เป็นอย่างมาก ซึ่งเขาเป็นนักเตะที่ได้รับฉายาว่า CT14 นอกนี้ยังเคยถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักกับทางแฟนบอลไทย ก่อนที่เขาจะก้าวมาถึงจุดนี้ 

การได้ก้าวมาเป็นนักเตะคนสำคัญและเป็นนักเตะดาวรุ่ง ที่ถือเป็นขุมกำลังให้กับทางสโมสร ทำให้แฟนบอลหลายคนได้เห็นว่า เขาเป็นนักเตะที่ฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ มาอย่างมากมายอีกหนึ่งคนเลยทีเดียว

ชิติพัทธ์ แทนกลาง นักเตะมากฝีมือพร้อมเส้นทางที่ฝ่าฟันที่เข้ามา

ชิติพัทธ์ แทนกลาง ชื่อเล่น แบงค์ เกิดเมื่อวันที่11 สิงหาคมปี 2534 ที่จังหวัดกรุงเทพมหานครประเทศไทยปัจจุบันอายุ 30 ปีส่วนสูง 185 เซนติเมตร โดยแบงค์ ชิติพัทธ์ แทนกลางถือเป็นอีกหนึ่งนักเตะที่ฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ จนกลายเป็นนักเตะที่ประสบความสำเร็จได้ทุกวันนี้

ต้องย้อนกลับไปก่อนว่า เขาได้เล่นฟุตบอลมาตั้งแต่ยังเด็ก โดยการเริ่มต้นที่เข้ามาเล่นฟุตบอลจริง ๆ จัง ๆ ก็คือหลังจากที่เขาได้เรียนอยู่ที่โรงเรียนกีฬากรุงเทพฯ รายชื่อทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ซึ่งเขาได้เข้าโรงเรียนในสโมสรเยาวชน ทั้งฝึกซ้อมและสั่งสมประสบการณ์มาอย่างหลากหลาย 

แล้วทำให้ต่อมาในปี 2547 เขาได้เข้าเรียนกับทางโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และได้เข้าร่วมทีมฟุตบอลของทางสวนกุหลาบ เขาได้เป็นถึงกัปตันของทางทีมฟุตบอลของสวนกุหลาบวิทยาลัย โดยเขาสามารถคว้าแชมป์จากการเข้าเล่นใน ศึกกรมพลศึกษา ถ้วย ก.ได้ในปี 2553 

ในตอนนั้นถือเป็นปีแรกของทางสวนกุหลาบหลังจากที่รอมา 18 ปี เขา ชิติพัทธ์ แทนกลางกลับสามารถพาทาง ทีมสวนกุหลาบคว้าแชมป์มาได้ จึงทำให้เป็นที่กล่าวขานและโด่งดังขึ้นมา ทำให้ไปเตะตาแมวมองจากทางสโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 

ในตอนนั้นเขาอายุเพียงแค่ 18 ปีเท่านั้น เขาก็ได้เข้าไปอยู่ในทีมของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ชุดเยาวชนได้ในที่สุด ชิติพัทธ์ใช้เวลาถึง 2 ปี ในการสั่งสมประสบการณ์และอยู่กับสโมสรเยาวชนของบุรีรัมย์ ซึ่งถือเป็นเด็กในอคาเดมี่รุ่นแรก ที่ได้อยู่กับทางสโมสรเลยทีเดียว 

เขาต้องฝึกฝนเป็นระยะเวลานาน และสั่งสมประสบการณ์ให้มากพอ จนสุดท้ายเมื่ออายุครบ 20 ปี เขาก็ได้ลงฝึกซ้อมกับทางทีมชุดใหญ่ ซึ่งถือเป็นการทดสอบเล็ก ๆ น้อย ๆ  แต่สำหรับชิติพัทธ์มันไม่ได้เป็นเพียงแค่การทดสอบ 

เพราะทุกวันของการเล่นฟุตบอล คือ การทดสอบอยู่แล้ว เขาซ้อมทุกวัน มีความมุมานะและมีความขยันหมั่นเพียร ทำให้เขาผ่านมาตรฐาน การที่จะก้าวมาเป็นนักฟุตบอลอาชีพ จึงทำให้เขาได้เปลี่ยนลงมาเล่น นักฟุตบอลทีมชาติไทยในอดีต เป็นนักฟุตบอลอาชีพชุดใหญ่ ในช่วงปี 2554 นั่นเอง

จากการที่เขานั้นได้อยู่กับทางบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดมาเป็นเวลานาน ทำให้เขาได้ผ่านการเล่นหลากหลายทัวร์นาเมนต์เขาต้องผ่านแรงกดดัน คำวิพากษ์วิจารณ์ต่าง ๆ  ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นหนึ่งในนักเตะที่มีพรสวรรค์ แต่เขาก็ไม่เคยที่จะย่อท้อและสนใจกับคำเหล่านั้น 

Goalstorm

เขาพยายามที่จะฝึกฝนและพัฒนาให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ครอบครัว แฟนบอล และผู้คนรอบข้างได้เห็นถึงความตั้งใจของเขา จนทำให้เขาได้ถูกเรียกติดทีมชาติ ในชุดอายุไม่เกิน 23 ปี เมื่อปี 2556-2557 

เขาสามารถทำผลงานออกมาได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้เขายังสามารถคว้าโทรฟี่ได้อีกหลากหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็นแชมป์ ไทยลีก, ไทยเอฟเอคัพ, ไทยลีก คัพ, โตโยต้า พรีเมียร์ลีก, ไทยแลนด์แชมป์เปี้ยนคัพ และแม่โขงคลับแชมป์เปี้ยนชิพ 

ประสบการณ์และรูปแบบการเล่นที่เขาได้แสดงให้ได้เห็น ทำให้รู้ได้เลยว่า เขาเป็นอีกหนึ่งนักเตะคุณภาพ ที่ควรค่าแก่วงการฟุตบอลไทยอีกคนหนึ่งเลยทีเดียว และทุกวันนี้เขายังคงเป็นนักเตะให้กับทางสโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สามารถติดตามแมทช์การแข่งขันได้ จากข่าวสารฟุตบอลไทย

นักเตะที่ได้ ฉายา CT14 พร้อมฝ่าคำวิจารณ์มาอย่างหนักหน่วง

ชิติพัทธ์ แทนกลางนักเตะที่ได้รับฉายาCT14 เขาได้ผ่านคำวิพากษ์วิจารณ์มาอย่างล่ะ โดยฉายาของเขานั้น ได้รับการตั้งมาจากทางแฟนคลับ และเหล่าแฟนบอลที่ได้กล่าวถึง  เขาได้ผ่านคำวิพากษ์วิจารณ์มาอย่างหนัก 

โดยเขาสามารถฝ่าคำดูถูกและการพูดถึงอย่างเสียหายได้อย่างง่ายดาย ด้วยความที่เขาไม่ใช่ผู้ที่ติดโซเชียล และเป็นผู้ที่ชอบอยู่กับตัวเอง การเล่นโซเชียลของเขาเล่นไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ เขามีโซเชียลมีช่องทางให้ติดตาม 

แต่ว่าเขาจะไม่ค่อยเขาไปดู เขามักจะได้ยินจากคนรอบข้างหรือครอบครัวที่จะมีการพูดคุย หรือถามไถ่ถึงความรู้สึกและสภาพจิตใจ ประวัตินักฟุตบอลทีมชาติไทย แต่ตัวเขาเน้นฝึกซ้อมและมุ่งมั่นที่จะพัฒนาฝีเท้าให้ดีขึ้น เพื่อที่จะได้กลบและตอบโต้เสียงวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้น 

พร้อมทั้งเป็นการพิสูจน์ตัวตนให้กับเหล่าแฟนบอลได้เห็นว่า เขาสามารถทำได้ดีและหากมีการผิดพลาดใด ๆเขาจะสามารถพัฒนาและทำให้มันได้ดียิ่งกว่าเดิม เพื่อไม่ให้เหล่าแฟนคลับและแฟนบอล รวมถึงคนรอบข้างต้องผิดหวัง 

อีกทั้งเขายังเคยให้สัมภาษณ์ กับทางสื่อว่า เขาหวังจะทำผลงานออกมาให้ดีที่สุด เขาเชื่อว่า เมื่อผลงานดีมีการพิสูจน์ให้เห็นจริง ผู้คนจะต้องยอมรับ และเสียงวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้นจะหายไปอย่างแน่นอน 

ซึ่งเขาก็สามารถทำได้ ทุกวันนี้เขาประสบความสำเร็จ พร้อมทั้งเขายังมีเป้าหมายก็คืออยากติดทีมชาติ ซึ่งเขาก็สามารถทำได้แล้วและคิดว่า เขาจะต้องทำให้ได้อีก ซึ่งการติดทีมชาตินั้นถือเป็นความฝันของนักเตะทุกคน ที่ไม่ว่าใครก็ต้องทำมันให้ได้
ชิติพัทธ์ แทนกลาง นักเตะดาวรุ่งคนนี้ จากประสบการณ์ต่าง  ๆ  ทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่ถือเป็นตำนานและ รายชื่อนักบอลไทยลีก นักเตะคู่สโมสรบุรีรัมย์เลยทีเดียว เขาถือเป็นต้นแบบนักเตะที่สามารถฝ่าคำวิจารณ์ได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ว่าข่าวของเขาในข่าวสารฟุตบอลจะเป็นอย่างไร แต่เขาก็จะพิสูจน์ให้เห็น ผ่านฝีเท้าของเขาแทนการตอบโต้ จึงทำให้เขาเป็นที่ยอมรับจากแฟนบอลทุกคน

Leave a Reply

%d bloggers like this: