พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปีศาจถล่มประตู เออร์ลิง ฮาแลนด์ – Goalstorm

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กองหน้าที่น่าจับตามอง มากที่สุดคนหนึ่ง และ เป็นช่วงที่กองหน้าวัยเก๋า หลายคนกำลังโรยรา ตามอายุ และ เวลาที่ล่วงเลยผ่านไป

แต่ใครจะรู้ว่า คนที่จับตามอง ตั้งแต่วัยเด็ก และ ทีมยักษ์ใหญ่หลายทีม จ้องจะล่า ลายเซ็นของเขา แต่สุดท้ายเขานั้น ก็มาลงเอย กับทีมในเมือง แมนเชสเตอร์ นั่นก็คือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ทีมเรือใบสีฟ้า ที่มีขุมกำลังหลักมากมาย ที่ลุ้มแชมป์ ในทุกปีบน เกาะอังกฤษ สำหรับการจากไปของ กุน อเกวโร่ อดีตกองหน้าตำนาน ของทีม ที่หมดสัญญา

เรือใบสีฟ้า ต่างพยายาม มองหาตัวแทน ที่จะมาถล่มประตู แทนเขา ในที่สุด ก็ไม่พลาดที่จะ ได้จิ๊กซอว์ ที่สำคัญนี้มาอย่าง  เออร์ลิง ฮาแลนด์ กองหน้าที่เป็นฝันร้าย ของกองหลังทั้งหลาย

ในอดีต คุณพ่อของเขาอย่าง อัลฟ์ อิงเก้ ฮาลันด์ อดีตนักเตะ ของแมนซิตี้ เคยมีเหตุการณ์ ที่ทำให้เขากับ รอย คีนไม่ลงรอยกัน และ เป็นประเด็นที่ถูกพูดถึง มาจนถุึงปัจจุบัน

นั่นคือ กรณีที่สองทีม ในแมนเชสเตอร์ ปะทะกัน ในแมตช์การแข่งขันนั้น  อิงเก้ ฮาลันด์ ถูก รอย คีน เปิดปุ่มใส่ตรงบริเวณหัวเข่า และ บาดเจ็บไป ในแมตช์นั้น

ไม่นานทางเขา ต้องแขวนสตั๊ดไปเป็นการสร้าง บาดแผลในใจ และ ความแค้นเสมอมา หลายคนมองว่า การที่ ฮาแลนด์ เลือกมาที่ ซิตี้

เพราะคุณพ่อ ที่มีส่วนต่อการตัดสินใจ ในคร้ังนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องความแค้น ในครั้งนั้น แต่ยังเป็นเพราะ แมน ซิตี้ มีขุมกำลังที่น่าสนใจ และ มีโอกาสที่จะ ทำให้ลูกชายของเขา ไปถึงระดับโลก ได้มากกว่า

เขาเติบโต มาในครอบครัว ที่เป็นนักกีฬา ทั้งคุณแม่ และ คุณพ่อ เป็นส่วนผสม ที่ลงตัวบ่ม เพาะให้ลูกชายคนนี้ มีศักยภาพ มากกว่าเด็กคนอื่น

เขาสร้างความแปลกใจ ให้แก่คนรอบตัว มีครั้งนึง ที่เขาเคยกระโดดไกล ได้มากถึง 163 เซนติเมตร ซึ่งมากกว่าคนทั่วไป ในวัยเดียวกัน

ถ้ามีการบันทึก อย่างเป็นทางการ ในตอนนั้น จะทำให้เขา กลายเป็นเด็ก ที่กระโดดไกล มากที่สุดในโลก ทั้งๆที่ในตอนนั้นเขา อายุเพียง 5 ขวบเท่านั้น

หลายคนบอกว่า นี่เปรียบเสมือน พรสวรรค์ ที่ไม่ใช่ทุกคน จะได้มันมา และ สิ่งที่คนคนหนึ่ง จะทำให้ พรสวรรค์นั้น มีความหมาย คือการค้นพบตัวตน และ ความชอบให้เจอ และ ต่อยอดมัน

   สำหรับคนทั่วไป ถ้าเกิดได้เล่นฟุตบอล ที่มันห่างวัยจนเกินไป จะสร้างความกดดัน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ และ ทำให้รีดเค้นฟอร์มที่ดี ออกมาไม่ได้ กลับกันสำหรับเขานั้น กลายเป็นเรื่องท้าทาย และ สนุก อย่างในวัย 15 ปี

ที่เขาติดทีมชาตินอเวย์ เป็นครั้งแรก จากฟอร์มที่ยอดเยี่ยม โดยยิงไปได้ถึง 18 ประตูจาก 14 เกมกับสโมสรของเขาในตอนนั้น

ไม่แปลกใจที่เขาจะถูกเรียกติดทีมชาติ ความกระหายที่จะทำประตูมันราวกับเขานั้นถูกสร้างมาเพื่อเป็นกองหน้าอย่างแท้จริง

จนกระทั่งเขามีโอกาสย้ายมาสู่ทีมอย่างเรด บูล ซัลซ์บวร์ก และยังคงพัฒนาตัวเองมาอย่างเสมอ การออกจากอ้อมกอดของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์

ที่ปลุกปั้นให้โอกาสเขา เขาไม่หยุดอยู่แค่นี้ ยิ่งการที่เขาเจอนนักเตะระดับโลกมากขึ้นยิ่งกลับกลายทำให้เขาเป็นที่จับตามอง โดยสโมสรอย่าง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ได้ดึงเขามาสู่ทีม

บางคนมองว่าการมาทีมนี้ของเขาเป็นตัวเลือกที่ดีมากๆ ไม่ใช่การก้าวข้ามไปอยู่ทีมที่ใหญ่กว่า เพราะสโมสรแห่งนี้ขึ้นชื่อในเรื่องของการปลุกปั้นให้นักเตะไปสู่ระดับโลก

เขาถูกบ่มเพาะจากคนรอบข้างบวกกับร่างกายที่ใหญ่โต การจบสกอร์แบบเฉียบคมแทบจะไม่มีจุดอ่อน และการเจอยอดทีมอย่าง บาเยิร์น มิวนิค เขาก็สามารถทำประตูได้มาโดยตลอด

เขาเคยบอกว่าเขาอยากเป็นนักบอลที่เก่งที่สุดในโลก นี่คือคำพูดของเด็กอายุ 15 ปี จนมาปัจจุบันในวัย 22 ปีเขายังคงพิสูจน์และถล่มประตูมาตลอด

โดยเฉพาะเกมที่เขาเจอยอดทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลายสื่อบอกว่าเกมนี้จะเป็นเกมที่ทำให้  เออร์ลิง ฮาแลนด์ เล่นได้ยาก เพราะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

มีกองหลังที่เล่นเข้าขากันอย่างดีอย่าง ราฟาเอล วาราน และ ลิซันโดร มาร์ติเนซ เมื่อจบการแข่งขันทีมเรือใบสีฟ้าได้ถล่มปีศาจแดงไปถึง 6 – 3

เขาทำให้กองหลังระดับโลกสองคนดูแย่ไปทันที ด้วยผลงานแฮททริกและแอสซิสต์อีก 2 ครั้ง ผลงานเรตติ้งเต็ม 10 คะแนนที่ไม่ใช่ใครหลายคนจะได้  

แต่สำหรับเขานั้นทำให้กลายเป็นเรื่องง่าย ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่เคยมีใครทำแฮททริก 3 ครั้งติดในบ้านของตัวเองมาก่อนในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก

ด้วยอายุแค่ 22 ปีแต่สำหรับความเก่งที่เพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ อาจมีเพียงสิ่งเดียวที่หยุดเขาได้อาจจะเป็นอาการบาดเจ็บหรือความไม่สม่ำเสมอ ซึ่งเป๊ป เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

เคยออกมาพูดว่าตัวของ ฮาแลนด์ นั้นถ้าในวัยเดียวกันไม่มีใครเก่งกว่าเขาอีกแล้ว แต่ถึงอย่างไรถ้าสำหรับเด็กที่อายุ 22 เท่ากันที่ผ่านมา

ลิโอเนล เมสซี่ ก็ยังคงเก่งกว่าอยู่ดี ด้วยความครบเครื่องที่มากกว่า เหลือแต่เพียงการยืนระยะเท่านั้นสำหรับ ฮาแลนด์ ขืนเขายังยิงประตูแบบบ้ารำห่ำแบบนี้มีหวังเขาคงยิงประตูเกินสองตำนานที่ยังไม่แขวนสตั๊ดซะด้วยซ้ำ

ถึงอย่างไรสิ่งที่เขาพิศูจน์มานี้ไม่จำเป็นที่จะต้องเล่นบนความคาดหวังของใครเพราะตัวเขาเองเคยบอกว่า เขาจะเล่นฟุตบอลบนวิถีของตัวเอง

ใครอยากเด่นอยากดังอย่างไรเขาไม่ขวางและไม่ห้าม แต่เขาเองจะต้องกลาย เป็นนักบอลที่เก่งที่สุดในโลก

Leave a Reply

%d bloggers like this: