ฟุตบอลต่างประเทศ นักเตะที่พ่ายแพ้ให้แก่อำนาจเงิน หลุยซ์ ฟิโก้ – Goalstorm

ฟุตบอลต่างประเทศ บางคนเลือกย้าย จากทีมเก่า ไปเล่นให้กับทีมที่ตัวเอง ฝันในวัยเด็ก บางคนเลือกย้าย จากทีมเล็กไปสู่ทีมที่ใหญ่กว่า เพื่อโอกาสไขว่ขว้า ความสำเร็จ แต่คงมีน้อยครั้ง ที่จะมีนักฟุตบอลอาชีพสักคนหนึ่ง เลือกย้ายจากทีมเก่า ไปสู่อีกทีม ที่เป็นคู่แค้นโดยตรง 

หลุยส์ ฟิโก้ น่าจะเป็นรายชื่อแรกที่แฟน ฟุตบอลยุค 90s นึกถึง ภาพที่แฟนบอล สโมสรบาร์เซโลน่า ตะโกนโห่ร้องขับไล่ ในวันที่เขาสวมเสื้ออีกสีของ สโมสรเรอัล มาดริด

ศัตรูคู่แค้นในนัด เอลกลาซิโก้ ความโกรธแค้น ที่แฟนบอลมีต่อเขายังคง เป็นภาพจำติดตา มาจนถึงทุกวันนี้.

ย้อนกลับไปในตอนที่ เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า เป็น 2 สโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ ลาลีก้าสเปน ต่างฝ่ายต่างขับเคี่ยว แย่งชิงความเป็นที่หนึ่งของ

ตารางคะแนนลาลีก้าสเปน ความบาดหมางของทั้ง 2 สโมสรเปรียบเสมือนดั่งเส้นขนานที่ไม่มีวันจะมาบรรจบกันได้เลย

การเผชิญหน้ากันของทีมทั้ง 2 ทีมถูกเรียกขานกันเป็นตำนานว่า “ เอล กลาสิโก้ ” เกมการแข่งขันที่ดุเดือด ภาพของนักเตะที่เข้าห่ำหั่นกันไปพร้อมกับเสียงตะโกนเชียร์ของแฟนบอลทั้ง 2 ทีม

กลายเป็นภาพที่สุดแสนจะมีมนต์ขลัง และแน่นอนว่าถ้ามีทางเลือกที่ทีมใดทีมหนึ่งจะทำลายฝั่งตรงข้ามได้ ทั้ง 2 ทีมนี้คงเลือกจะทำโดยไม่ลังเล

ในปี 1995 ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ยังเป็นเพียงแค่ผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานสโมสร เรอัล มาดริด ที่จะต้องทำการเลือกตั้งกัน ในตอนนั้น โลเรนโซ่ ซานส์

ประธานสโมสรคนปัจจุบันยังคงทำหน้าที่บริหารได้ดีด้วยการพา เรอัล มาดริด ผงาดคว้า แชมป์เปี้ยนส์ลีก ได้ถึง 2 สมัย นโยบายของเขาคือการบอกให้ทุกคนเชื่อว่าการไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไรที่มันดีอยู่แล้ว

คือผลดีของสโมสร และเมื่อทุก ๆ อย่างตอนนี้ลงตัว นั่นจึงทำให้เขามีโอกาสได้ตำแหน่งประธานสโมสรมาครองอีกสมัยอย่างไม่ยากเย็นอะไร

ถ้าหาก เปเรซ เองอยากชนะ เขาจำเป็นต้องออกนโยบายอะไรสักอย่างจูงใจผู้คนเพื่อโหวตให้เขาเป็นประธาน และคงไม่มีนโยบายไหนดีเท่าการซื้อตัวนักเตะแม่เหล็กเข้าสู่ทีม

สิ่งที่ เปเรซ ทำคือการค้นคว้าข้อมูลสอบถามเหล่าแฟนบอลว่านักเตะคนไหนที่อยากได้มาร่วมทีมมากที่สุดและคำตอบที่ได้คือ หลุยส์ ฟิโก้

ตอนนั้น ฟิโก้ คือนักเตะคีย์แมนคนสำคัญของ บาร์เซโลน่า สโมสรคู่แค้น การได้เห็นนักเตะคนสำคัญของทีมคู่แข่งย้ายมาอยู่ฝั่งตัวเองคงเป็นอะไรที่แฟนบอลน่าจะแฮปปี้ที่สุด เปเรซ เองก็คิดแบบนั้น

แต่การจะทำให้นักเตะที่เป็นทั้งกัปตันทีมและเป็นดั่งความหวังของแฟนบอลฝั่งตรงข้ามย้ายมาทีมที่เป็นศัตรูกันโดยตรงคงจะเป็นโจทย์ที่ยากที่สุดในชีวิตของเขา แต่ความเจ้าเล่ห์หรือบางคนเรียกมันว่ากลโกงของนักธุรกิจก็ได้ทั้งนั้น

เปเรซ ใช้เส้นสายในการนัดเจอกับ โชเซ่ เวก้า เพื่อวางอุบายเกมการพนันถึงการเลือกตั้งของเขา เขายินดีจะให้เงิน ฟิโก้ ฟรีๆ จำนวน 400 ล้าน เปเซตาส (85 ล้านบาท)

ถ้าหากเขาแพ้เลือกตั้ง แต่ถ้าเขาชนะได้เป็นประธานสโมสร หลุยส์ ฟิโก้ ต้องย้ายมาอยู่ที่ เรอัล มาดริด และถ้าหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญาต้องจ่ายค่าปรับถึง 5000 ล้านเปเซตาส (1075 ล้านบาท)

สุดท้ายเอเย่นต์ของ ฟิโก้ ก็หลงกล เขายอมรับข้อเสนอเพราะคิดว่า เปเรซ ที่ตอนนั้นยังเป็นแค่นักธุรกิจไม่มีประสบการณ์ด้านฟุตบอลคงไม่มีใครเลือกแน่นอน

แต่ความเจ้าเล่ห์ของ เปเรซ ไม่จบเพียงเท่านั้นเขากลับมาประกาศนโยบายกับผู้มีสิทธ์เลือกตั้งว่า 2 ข้อว่า 1.เขาจะเซ็นสัญญากับหลุยส์ ฟิโก้ 2.ถ้าทำตามข้อที่ 1

ไม่ได้เขาจะยอมควักเงินซื้อตั๋วดูบอลแบบรายปีให้กับแฟนบอลทุกคน ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรแฟนบอลก็ได้ประโยชน์ทั้งคู่ และแน่นอน ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ก็กลายเป็นประธานสโมสรคนใหม่ของ เรอัล มาดริด นั่นคือการอ่านเกมที่เฉียบขาด

ความหายนะมาเกิดกับ หลุยส์ ฟิโก้ ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว ตัวเขามีค่าฉีกสัญญากับบาร์เซโลน่า ถึง 62 ล้านยูโรและเมื่อ เรอัล มาดริด ยื่นข้อเสนอ

มาพวกเขาก็ไม่มีสิทธิปฎิเสธ ฟิโก้ ตกอยู่ท่ามกลางความลำบากใจจะผิดคำสัญญาก็ไม่สามารถทิ้งเอเย่นต์ที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา จะให้บาร์ซ่า

ยอมจ่ายเงินแทนก็เป็นเรื่องที่เกินจะฝัน สุดท้ายเขาพ่ายแพ้ให้แก่อำนาจเงินและตกเป็นจำเลยของสถานการณ์ด้วยความจำเป็น

หากมองในแง่ของความจริง หลุยส์ ฟิโก้ คงเป็นนักเตะที่น่าสงสารที่สุดเขาไม่มีทางเลือกและต้องตกเป็นเหยื่อจากความโลภของคนอื่น แต่ไม่ว่าจะยังไง เปเรซ เองก็ตอบแทนความโชคร้าย

ของเขาด้วยเงินค่าเหนื่อยที่มหาศาลและเงิน 50 % จากการขายเสื้อทั้งหมด แต่ก็ไม่รู้ว่าสิ่งเหล่านั้นจะคุ้มหรือไม่กับการที่ต้องถูกคนทั้งเมืองกาตาลันเกลียดชัง ไอ้ทรยศ, ไอ้ถ่อย, ไอ้หน้าเงิน คำๆ นี้อาจจะติดตัวเขาไปจนตาย

และนี่ก็คือกรณีตัวอย่างที่บ่งบอกได้ชัดเจนว่าสโมสรทั้งสองเต็มที่ในเรื่องการห่ำหั่นกันมากแค่ไหน ไม่ว่าจะด้านชื่อเสียง ด้านความสำเร็จ หรือแม้กระทั่งเงินทอง

ทั้งสองทีมพร้อมที่จะเอาชนะกันตลอดเวลา และในกรณีนี้ เรอัล มาดริด เป็นฝ่ายชนะเพราะมันสมองของผู้บริหารที่ชื่อว่า ฟลอเรนติโน่ เปเรซ เพียงผู้เดียว.

เขียนโดย : นักเตะจากโลกคู่ขนาน

ติดตามข่าวสารอื่นๆได้ที่ goal storm

Leave a Reply

%d bloggers like this: