ฟุตบอลต่างประเทศ ผลผลิตจากเบนฟิก้า – Goalstorm

ฟุตบอลต่างประเทศ หลังจากมีการ ซื้อนักเตะอย่างบ้าคลั่ง ของทีม ลิเวอร์พูล และเป็นดีลที่ หลายคนมองว่า จะเป็นความคุ้มค่า เพราะทีม ไม่ได้มีกองหน้า ธรรมชาติมานานแล้ว หลังจากการหายไปของ หลุยส์ ซัวเรซ

กองหน้ารุ่นพี่ ในทีมชาติที่สามารถทำได้ทุกอย่าง ในเวลานั้น และ เกือบจะพาทัพ หงส์แดง เป็นแชมป์บนเวที 

พรีเมียร์ลีก เป็นครั้งแรก ซึ่งในดีลที่กำลังพูดถึงนี้ เป็นการทุ่มซื้อแบบ ทุบสถิติสโมรสร ด้วยจำนวนเงินที่มากถึง 100 ล้านยูโร และตอนนี้ดูเหมือนว่าทาง ดาร์วิน นูเญซ จะสามารถ เริ่มโชว์ฟอร์ม ที่ดีได้บ้างแล้ว

เรามาดูกันว่า ยอดทีมในโปรตุเกสนี้ ทำไมถึงมีการซื้อนักเตะ มาในราคาที่ถูก หรือเป็นการปั้นนักเตะดาวรุ่ง และ ส่งออกไป ในราคาที่สูง เกือบแทบจะทุกคน

โดยปัจจุบัน บางคนก็ยังโชว์ผลงาน ได้เป็นชิ้นเป็นอัน แต่บางคนกลับงัดฟอร์มเก่ง ขิงตัวเอง ออกมาแทบไม่ได้เลย

ในส่วนของคนแรกเป็นผู้รักษาประตูตัวจริงของยอดทีมในพรีเมียร์ลีกอย่าง เอแดร์สัน นายทวารของทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งเจ้าตัวมีส่วนช่วยให้ทีมคว้าแชมป์บนลีกสูงสุดมาได้ถึง 4 ครั้ง

และถ้วยในประเทศ โดยค่าตัวที่เรือใบสีฟ้านี้จ่ายไปเป็นค่าฉีกสัญญาอยู่ที่ 40 ล้านยูโรด้วยกัน โดยเขาเป็นผู้เล่นที่เข้ามาสู่ทีมตั้งแต่อายุ 16 ปีก่อนจะส่งต่อไปให้ทีม เลอ อาฟร์

และทีมที่เห็นว่าผู้รักษาประตูรายนี้มีผลงานที่ยอดเยี่ยมเลยซื้อกลับมาในราคา 5 แสนยูโร เรียกได้ว่าเป็นดีลที่คุ้มค่าทั้งทีมต้นสังกัดและทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เลยด้วย

ต่อเป็นกองหลังของทีมเรือใบสีฟ้าเช่นเดียวกัน โดยกองหลังรายนี้เป็นกองหลังของทีมชาติโปรตุเกส โดยเขามีชื่อว่า
รูเบน ดิอาส กองหลังที่ค่าตัวสูงที่สุดที่ทีมขายไปได้ในราคา 68 ล้านยูโร

ซึ่งกองหลังรายนี้ในเวลานั้น เป็นกองหลังที่ไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังอะไรมากมายและต้องยกเครดิตให้กับทีมของ เปป กวาร์ดิโอลา กุนซือชาวสเปน ที่เขานั้นสามารถทำให้กองหลังรายนี้เป็กองหลังระดับโลกได้

และถูกพูดถึงอย่างมากจนกลายเป็นนักบอลชื่อดังและการมาของเขาในครั้งแรก ก็สามารถพาซิตี้เป็นแชมป์ได้ถึงสองฤดูกาลติดที่ย้ายเข้ามา และยังได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมนักข่าวมาครอง

ซึ่งสำหรับนักเตะสองรายที่กล่าวมานี้เป็นดีลที่คุ้มค่าอย่างมาก ทั้งกับฝั่งที่ขายและฝั่งที่ซื้อไป เป็นการต่อยอดและพัฒนาอย่างถูกจุด จึงทำให้นักบอลจากลีกที่การแข่งขันไม่ได้สูงมากมาย

กลายมาเป็นนักบอลชื่อดังและยึดตัวจริงได้ทั้งในสโมสรและทีมชาติ และดีลต่อไปที่อยากหยิบยกขึ้นมาพูด

คือการที่ทีมต้นสังกัดคุ้มค่าแต่สำหรับทีมที่ได้ไปกลับหาผลงานที่ดีไม่ได้และสร้างผลงานเป็นชิ้นเป็นอันไม่ได้เท่าที่คาดหวังเอาไว้

อักเซล วิตเซล เป็นหนึ่งในรายชื่อที่ไม่สามารถโชว์ผลงานได้อย่างน่าประทับใจกับทีมใหม่ที่เขาย้ายไป หลังจากเล่นไปได้แค่หนึ่งฤดูกาลกับทีม เบนฟิก้า เขาก็ถูกซื้อไปด้วยค่าตัว 40 ล้านยูโร

และทีมที่จ่ายค่าฉีกสัญญานี้ไปก็คือ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก  โดยเป็นการปาดหน้าทีมยักกษ์ใหญ่ในยุโรปทั้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เชลซี และ ยูเวนตุส

ทางทีมต้นสังกัดที่ได้กำไรที่มากถึง 4 เท่าจากดีลนี้ จนในท้ายที่สุดปัจจุบัน อักเซล วิตเซล ในวัย 33 ปีก็ยังไม่มีต้นสังกัดอยู่หลังจากหมดสัญญากับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

จากนักเตะวัย 33 มาถึงนักเตะที่ยังแอบหวังว่าในอนาคตอันใกล้ จะสามารถรีดเค้นฟอร์มที่ดีของตัวเองมาได้และยังเป็นนักเตะอายุน้อยและเป็นเจ้าของค่าตัวที่มากถึง 126 ล้านยูโร อย่าง เจา เฟลิกซ์

จากเด็กของทีม ปอร์โต้ และย้ายเข้ามาสู่ทีมในวัยเพียง 15 ปี  ต้นสังกัดใช้เวลาไม่นานในการส่งเจ้าหนูคนนี้ลงสนาม ซึ่งฤดูกาลแรก เจา เฟลิกซ์ ได้สร้างชื่อเสียงกระฉ่อนไปทั่วทั้งโลก

ในฤดูกาลแรกเขาสามารถทำไปตูไปได้มากถึง 20 ประตู 11 แอสซิสต์ ด้วยการลงสนามไป 43 นัด และยังสร้างสถิติผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดซัดแฮททริกไป ในรายการการแข่งขัน ยูโรป้า ลีก ในวัยเพียง 19 ปี กับอีก 152 วัน 

จนกระทั่งฟอร์มการเล่นนี้ได้ไปเตะตา ทัพตราหมี เข้าและได้ยกเงินสถิติสโมสรมาสู่ขอ 

ในช่วงแรกเขาทำผลงานออกมาค่อนข้างดี แต่ช่วงหลังผลงานของ เฟลิกซ์ ก็กลับจมดิ่งลงไปแบบที่หาสาเหตุไม่ได้ ยังไม่สามารถยึดเป็นตัวจริงได้ในทีม

ด้วยค่าตัวที่มากมหาศาลอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เขากดดัน แต่ถึงอย่างไรเขาก็ยังมีโอกาสและเวลาอยู่ที่จะพิสูจน์ให้เห็นต่อจากนี้ แต่คนที่รู้สึกคุ้มค่าแน่นอนว่าต้องเป็นทางต้นสังกัดไป

เพราะค่าตัวที่มากมหาศาลนี้ทีมที่แทบไม่ได้เสียอะไร กลับมีแต่ได้กับได้ จนถึงตอนนี้ยังไม่มีนักเตะคนไหนที่ย้ายออกไปและมีค่าตัวที่มากกว่า เจา เฟลิกซ์

มีทีมมากมายที่ใช้หลักการนี้ในการทำทีมหรือแทบจะทุกลีกเลยด้วยซ้ำ แต่ทีมอย่าง เบนฟิก้า เองกลับเป็นทีมที่ขายนักเตะตัวหลักออกไปแต่ยังมีนักเตะใหม่ๆ

ที่มาทดแทนและยังมีผลงานที่ดีให้เห็นอยู่ตลอด เขาทำให้เห็นว่านี่คือ ฟุตบอลสมัยใหม่ ที่หลายคนควรเอาเป็นแบบอย่าง ด้วยกำไรเน้นๆขนาดนี้

ต้องยกความดีความชอบให้กับทีมแมวมองและทีมซื้อขายไปเลย นี่สินะที่เขาเรียกกันว่าฟุตบอลเป็นอะไรที่มากกว่าฟุตบอลเพราะสุดท้าย มันก็คือเรื่องของธุรกิจนั่นเอง

Leave a Reply

%d bloggers like this: