ฟุตบอลต่างประเทศ ชายผู้มี DNA ปีศาจไหลเวียนอยู่ในตัว ฟิล โจนส์ – Goalstorm

ฟุตบอลต่างประเทศ เรามักจะได้ อ่านเรื่องราว ของเหล่านักเตะ มากมาย หลายคนเก่งกาจ และหลาย ๆ คนก็เต็มเปี่ยมไปด้วย ทักษะทางลูกหนัง แต่มีน้อยครั้งมากๆ ที่เราจะได้รู้จักกับ

นักเตะที่บางที ก็ไม่ได้มีฝีเท้า ที่โดดเด่น หรือบางครั้ง ก็มีหน้าที่เป็น ตัวตลก ให้แฟนบอลของ ทีมฝั่งตรงข้าม หรือแม้กระทั้ง แฟนบอลของทีมตัวเอง คอยแซวคอยล้อ อยู่ตลอดเวลา 

ฟิล โจนส์ คือนักเตะ ที่เหล่าแฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มักจะคุ้นหน้า คุ้นตา ผ่านภาพจำต่าง ๆ ในทางที่ตลกขบขัน ภาพที่เขามักจะ ชอบทำหน้าเหวอ เวลาที่เข้าสกัดบอล

น่าจะเป็นภาพ ที่ทุกคน เห็นกันจน คุ้นชินใน ศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ถึงแม้จะ ไม่ใช่นักเตะ ที่เก่งกาจถึงขั้น เป็นตำนานของทีม แต่ถ้าหากเรา ลองย้อนไปดูเรื่องราว

ความจงรักภักดี ตลอดเวลา ที่วิ่งเหยีบพื้นหญ้าใน โรงละครแห่งความฝัน นี้ บางทีมันก็อาจะเป็น เรื่องที่น่ายกย่อง

ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ตัวตลกคนนี้ เคยเป็นผู้ที่ถูกเลือก จากกุนซือเฒ่า ชาวสก๊อต เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

  ตัดสินใจ คว้าตัวกลางหลังดาวรุ่ง สมัยที่ยังอยู่ในทีม กุหลาบไฟ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ด้วยราคา 17 ล้านปอนด์

ความคาดหวัง ของท่านเซอร์ในตอนนั้น ตั้งใจหมาย จะปลุกปั้นให้ โจนส์ เอง เทียบชั้นขึ้นมาเป็น ตัวแทนของรุ่นพี่ ที่ถึงวัยใกล้ จะโรยราอย่าง ริโอ เฟอร์ดินาน และ เนมานย่า วีดิช ซึ่ง โจนส์

ถูกเรียกใช้งาน จากป๋าทั้งตำแหน่ง เซ็นเตอร์แบ็ค, แบ็คขวา ไปจนกระทั่ง ตำแหน่งกองกลาง ตัวรับ เรียกได้ว่าป๋าเอง ก็ต้องการที่จะปลุกปั้น ชายคนนี้อย่างสุดฝีมือ

ซึ่งการได้รับโอกาสจากป๋าถือว่าดี แต่บางที ก็มีบ้างที่ หลายคนคิดว่า กุนซือเฒ่า ฟุตบอลต่างประเทศ อาจจะมองผิด เพราะตัวของ ฟิล โจนส์ ก็การันตีด้วยผลงาน

ที่ตัวเขาเอง ไปได้ไม่สุด อย่างที่ถูกคาดหวังตั้งใจ บ่อยครั้ง ที่อาการบาดเจ็บ มักจะรุมเร้า บวกกับฟอร์มการเล่น ที่มักจะปล่อยไก่ทำหน้าเหวอ

เวลาที่ทีมต้องการ จังหวะเข้าสกัด ที่สำคัญ สุดท้ายจาก เด็กดาวรุ่งอนาคตไกล ต้องจำใจกลายเป็น ตัวตลกประจำทีม ไปโดยปริยาย

ต่อให้ภาพลักษณ์ เบื้องหน้า ที่ดูเหมือนกับตัวตลก แต่มันก็มีภาพเบื้องหลัง ที่หลายคนยังไม่อาจรู้ ฟิลส์ โจนส์ ต้องทนเก็บความขมขื่นไว้ในจิตใจ เพราะตัวเขารู้ดีว่าตลอดเวลาที่สวมเสื้อแข่ง

เขาไม่เคยได้เป็นที่รักของแฟนบอลมากเท่าที่ควรเหตุก็มาจากอาการบาดเจ็บที่ตามรบกวนส่งผลไปถึงฟอร์มการเล่นที่น่าผิดหวัง หากจะถามว่ามันขมขื่นแค่ไหน มันถึงขั้นที่ว่า

เขายอมปฎิเสธการลงเตะในเกมเทสติโมเนียล ซึ่งทางสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้จัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติให้ตัวของ โจนส์ เองในฐานะที่เขาเป็นนักเตะที่อยู่กับสโมสรแห่งนี้มาถึง 10 ปี

เพราะเหตุผลที่ว่า คงไม่มีแฟนบอลคนไหนอยากจะมาดูและมาแสดงความดีใจให้นักเตะอย่างเขา ยกเว้นพ่อแม่และครอบครัวของเขาเอง

มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้าหากเหตุการณ์ต่างๆ จะพาให้นักเตะคนหนึ่งต้องน้อยใจแฟนบอลของตัวเองถึงขนาดนี้ 

แต่ถ้าเกิดเราไม่นับเรื่องฟอร์มการเล่นซึ่งเรื่องจริงคือเขาเป็นคนที่มักจะทำงานหนักเสมอ หากครั้งใดที่เขาได้รับโอกาสลงเล่น ให้กับ สโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ทีมรักที่ปักอยู่บนหน้าอก พวกเราก็จะได้เห็นความทะเยอทะยานที่ใส่เต็มที่ไม่มียั้ง ยอมเลือดตกยางออก หรือยอมเอาหน้าไปรับรองเท้าสตั๊ด ฟิล โจนส์ คนนี้ก็ทำได้

นั่นก็เพราะชีวิตและจิตวิญาณของเขา เหมือนกับได้มอบให้กับสโมสรแห่งนี้หัวใจมันถูกฝังอยู่ใน โรงละครแห่งความฝัน ไปเรียบร้อยตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเท้าเข้ามา

เหยีบพื้นหญ้าใน สนามโอลด์แทรฟฟอร์ด แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องน่าเศร้าที่นักเตะคนหนึ่งห่างหายจากการลงสนามมายาวนาน

แต่เชื่อเถอะว่าเขาไม่เคยหยุดคิดที่จะหาหนทางกลับมาลงสนาม ในฐานะของนักเตะปีศาจแดงอีกครั้งได้เลย

ถึงแม้เรื่องราว อาจจะจบแบบ ไม่ได้แฮปปี้เท่าไหร่ สุดท้ายแล้ว ฟิล โจนส์ ก็อาจจะไม่ได้ก้าวเข้ามาเป็นตัวหลักของทีมในปัจจุบัน และต่อให้ทุกครั้งที่ลงสนาม

เขาจะต้องแบกรับสายตานับหมื่นที่จ้องจับผิด แต่เชื่อเถอะว่าเป้าหมายของผู้ชายคนนี้ กลับมีเพียงการลงเล่นให้กับ สโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพียงทีมเดียวเท่านั้น 

คำชมจากปากของชายที่ชื่อ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ว่าชายคนนี้ จะเป็นนักเตะที่ดีที่สุดของสโมสร บางทีกุนซือเฒ่าเองอาจจะไม่ได้หมายถึงเรื่องฝีเท้า แต่คงจะมองเห็น

ในเรื่องของหัวจิตหัวใจ และดีเอ็นเอของปีศาจแดงที่ไหลเวียนอยู่ภายในตัว ฟิล โจนส์ แบบที่นักเตะชุดปัจจุบันไม่มีมันอยู่ก็ได้ 

แต่จะทำอย่างไรได้นี่มันคือยุคของฟุตบอลสมัยใหม่ที่เน้นการขับเคี่ยวกันในสนามและนักเตะทุกคนก็ควรรักษาฟอร์มการเล่นที่ดีของตัวเองให้คงเส้นคงวาอยู่ตลอด

มันอาจจะดูเป็นเรื่องที่ใจร้ายไปสักหน่อย แต่ถ้าจะต้องพูดว่าการมีความตั้งใจจริงอย่างเดียวมันอาจจะไม่พอสำหรับโลกของฟุตบอลก็ได้.

………………………………………………………………………………………………………………..

เขียนโดย : นักเตะจากโลกคู่ขนาน

Leave a Reply

%d bloggers like this: