ฟุตบอลต่างประเทศ สุภาพบุรุษมนุษย์ถ้ำ การ์เลส ปูโยล – Goalstorm

ฟุตบอลต่างประเทศ ในยุคที่ฟุตบอลห่ำหั่นกันด้วยกลยุทธ์และแท็คติกการเล่นนอกเกมแทบจะทุกรูปแบบ จริงอยู่ที่สมัยนี้ยังมีเทคโนโลยีอันทันสมัยช่วยผ่อนเบาแรงของคณะผู้ตัดสิน

แต่นั่นก็ไม่ได้การรันตี 100 เปอร์เซนว่าเกมในแต่ละนัดจะจบลงด้วยความขาวสะอาด ที่เกริ่นมาแบบนี้เราไม่ได้ตั้งใจจะว่านักเตะสมัยใหม่ว่าเป็นพวกเล่นนอกเกมซะเยอะให้เข้าใจผิด

เพียงแค่เราอยากจะนำเสนอนักเตะคนหนึ่งที่มีบุคลิกดุดัน ตัดเกมเด็ดขาด แต่ทางด้านหัวใจเขากลับมีความเป็นสุภาพบุรุษที่เต็มเปี่ยม

จนนักเตะที่เพื่อนร่วมทีมต่างขนานนาม กองหลังที่ดีที่สุดในโลก คนนี้ว่า กัปตันมนุษย์ถ้ำ การ์เลส ปูโยล

ภาพของกัปตันทีมหัวฟูถูกจำติดตาในฐานะกองหลังที่มีความนิ่ง อ่านเกมเด็ดขาดและเปี่ยมไปด้วยภาวะผู้นำ แต่ใครจะรู้หรือไม่ว่ากว่าจะมาเป็นคนที่ทั้งทีมเชื่อใจ

และฝากหวังในแดงหลังของ ทีมบาร์เซโลน่า ใน ลาลีก้าสเปน  ชายคนนี้ต้องฝึนฝนและค้นหาตัวเองอย่างหนักแค่ไหน

ปูโยล เกิดและเติบโตขึ้นมาที่เมือง โปบลา เดอ เซกูร์ ที่ตั้งอยู่ในแคว้นกาตาลัน จุดเริ่มต้นเส้นทางอาชีพมาจากทีมท้องถิ่นด้วยตำแหน่งผู้รักษาประตูแต่สุดท้าย

ก็ประสบเหตุเจ็บหัวไหล่ โชคชะตาจึงนำพาให้เขาขยับไปเล่นในตำแหน่งกองหน้าทำหน้าที่ล่าตาข่ายอยู่สักพัก และถึงแม้ครอบครัวของ ปูโยล

จะไม่ได้สลับสนุนกับเส้นทางที่เขาเลือกเท่าไหร่นักด้วยความที่ตอนนั้นเขายังไม่ใช่เด้กที่มีพรสวรรค์อะไร ผู้ใหญ่จึงอยากให้เขาตั้งหน้าตั้งตาเรียนซะมากกว่า

ถึงจะไม่ได้สนับสนุนแต่ก็ไม่ได้ถึงขนาดคัดค้านหรือกีดกันเส้นทางฝันของเขาแม้แต่น้อย ในตอนที่โค้ชจากทีมท้องถิ่นได้แนะนำให้เด็กชายหัวฟูไปลองคัดตัวที่ถิ่นลา มาเซีย

ซึ่งเป็นอคาเดมี่ชื่อดังของทีมใหญ่ในแคว้นกาตาลันอย่าง ทีมบาร์เซโลน่า ซึ่งเขาก็ทดสอบฝีเท้าจนผ่านและก็ถูกปรับเปลี่ยนหาจุดที่ใช่อีกครั้งในตำแหน่งมิดฟิลล์ตัวรับ

และในอีก 2 ปีต่อมาเด็กชาย ปูโยล ในช่วงเวลาที่อยู่ในชุดบีของภายใต้เสื้อน้ำเงิน – เลือดหมู ของ ทีมบาร์เซโลน่า ก็กำลังสนุกสนานกับการได้ขึ้นไปเติมเกมรุกในตำแหน่งแบ็กขวา

แม้ว่าจะทำผลงานได้ดีในทีมเยาวชน แต่ในทีมชุดใหญ่เขาต้องทนอยู่ภายใต้ร่มเงาที่ปกคลุมอย่าง แฟร้ง เดอ บัวร์ และ มิเชล ไรซีเกอร์

มันเป็นเรื่องที่เป็นไปยากสำหรับเด็กจากทีมเยาวชนสักคนหนึ่ง แต่ถ้าหาก ฟุตบอลต่างประเทศเขายอมแพ้ตั้งแต่เริ่มต้นโลกลูกหนังก็คงไม่มีวันจะได้รู้จักกับตำนานนักเตะ One man Club คนนี้แน่ๆ

ในปี 1998 บาร์ซ่าตอบรับข้อเสนอจากทีมดังอย่าง มาลาก้า เพื่อขอซื้อตัวนักเตะหัวฟูคนนี้ ถึงแม้จะเป็นโอกาสที่ดีที่เขาจะได้ลงเล่นอย่างเต็มที่ไม่ต้องตกอยู่ภายใต้รมเงาใหญ่

ที่เขาจะไม่มีทางก้าวผ่านมันได้ แต่ในนาทีสุดท้ายก่อนจะเก็บกระเป๋า การ์เลส ปูโยล คนนี้ก็ได้ตัดสินใจปฎิเสธเพื่อต้องการจะอยู่สู้ต่อในสิ่งที่เขาตั้งใจไว้

เมื่อ ซาบี เอร์นันเดซ ที่เติบโตมาด้วยกันจาก อคาเดมี่ ลา มาเซีย สามารถก้าวขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ได้และนั่นมันก็เป็นทั้งแรงผลักดันและแรงบันดาลใจที่จะทำให้คนอย่างเขาต้องพยายามให้มากขึ้น

ในที่สุดความพยายามก็นำพาโชคชะตามาเข้าข้างเมื่อกุนซือชาวดัตซ์อย่าง หลุยส์ ฟานกัล ที่มีปรัชญาฟุตบอลในการเฟ้นหาดาวรุ่งหน้าใหม่ฝีเท้าดีให้ขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่

วันนั้นประตูแห่งโอกาสของ การ์เลส ปูโยล จึงเปิดออก เขาได้ลงประเดิมสนามในนามทีมชุดใหญ่วันที่เจอกับ เรอัล บายาโดลิด แต่ในนัดนี้เขาก็ได้ค้นพบตัวตนไปพร้อมๆ

กับโลกลูกหนังที่ได้จะได้รู้จักกองหลังหัวฟูผู้เป็นตำนาน หลุยซ์ ฟานกัล จับเอา ปูโยล ขยับหุบเข้ามาจากตำแหน่งแบ็กขวาให้มายืนเป็นเซนเตอร์แบ็ก

และในวันนั้น ปูโยล ก็โชว์ฟอร์มให้เห็นว่าเขาดีพอที่จะเล่นในตำแหน่งที่ต้องการความไว้วางใจอย่างมากที่สุด 

ไม่ใช่แค่ฟอร์มการเล่นที่ดีแต่ตัวของ การ์เลส ปูโยล เองกลับมีความมุ่งมั่นในทุกๆ วินาทีที่ลงไปวิ่ง ความเป็นผู้นำส่อแววมาให้เห็นตั้งแต่นัดแรก ความสุขุมนุ่มลึกเกินวัย

และความเป็นผู้ใหญ่พร้อมที่จะออกหน้าปกป้องเพื่อนร่วมทีมในทุกเกมที่ลง มันส่งผลให้ในปี 2003 เซอร์อล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือของ ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แห่ง ศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

ถึงกับต้องต่อสายมาด้วยตัวเอง แต่มีหรือที่คนอย่าง ปูโยล จะตอบตกลง ถ้าหากเขาเลือกที่จะไปยัง ศึกพรีพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

นั่นก็เท่ากับว่าเขาทรยศต่อความพยายามตัวเองที่สู้อุตส่าห์ฟันฝ่ามาจนติดทีมชุดใหญ่

และเมื่อถึงฤดูกาลที่ 2003/04 หลังจากกัปตันทีมอย่าง หลุยซ์ เอ็นริเก้ ประกาศรีไทร์ตัวเอง วันนั้นก็เป็นวันที่เพื่อนร่วมทีมทุกคนต่างลงเสียงเป็นเอกฉันท์ มันถึงเวลาที่คนอย่าง ปูโยล

ควรจะได้รับปลอกแขนอันคุณค่านี้สักที เพราะไม่มีใครคนไหนกล้าจะมาแย่งตำแหน่งกัปตันกับคนที่มีทุกอย่างเหมาะสมอย่างเขาอีกแล้ว

ปูโยล เป็นคนที่รู้ตัวเองดีเสมอว่ามีศักยภาพขนาดไหน เขาเข้าใจในฝีเท้าของตัวเองและเลือกที่จะดึงมันออกมาใช้ให้เป็นประโยชน์มากที่สุด

เพราะว่ารู้ดีว่าตัวเองไม่ได้มีพรสวรรค์ที่เด่นชัดเหมือนกับเพื่อนร่วมรุ่นอย่าง ซาบี เอร์นันเดซ  ไม่มีเทคนิคเลิศเลอเหมือนกับ โรมาริโอ ไม่ได้มีฝีเท้าที่เป็นเลิศอย่างที่ มาร์ค โอเวอร์มาร์ส

หรือกระทั่งร่างกายที่แข็งแกร่งพอๆ กับ แพทริค ไคลเวิร์ต เขาก็ไม่อาจจะเทียบเคียงได้ แต่สิ่งดีสิ่งหนึ่งที่อยู่ติดตัวเขามาตั้งแต่เด็กคือความทุ่มเทพากเพียรและไม่หลงระเริงไปกับปลอกแขนกัปตันทีม 

อีกสิ่งหนึ่งที่ขับให้คนอย่าง การ์เลส ปูโยล ถูกยกย่องว่าเป็นสุภาพบุรุษ คือทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำทั้งในและนอกสนาม แทบไม่ต้องพิสูจน์อะไรเพราะสิ่งเหล่านี้มันปรากฎให้เห็นบ่อยๆ

ภาพที่เขาวิ่งมาห้ามปรามเพื่อนร่วมทีมที่ยืนเต้นฉลองประตูที่ 5 หลังจากถล่ม ราโย บาเยกาโนไปแล้วถึง 4 ลูก ให้รีบกลับเข้าสู่เกมและแสดงให้เห็นถึงการให้เกียรติคู่แข่ง

การเข้าอกเข้าใจเพื่อนร่วมทีมถึงขั้นที่ยอมถอดปลอกแขนกัปตันไปสวมให้กับ เอริค อบิดัล ที่เพิ่งหายจากการต่อสู้กับมะเร็งที่ตับ เพื่อให้เป็นคนขึ้นไปชูถ้วยแทนในตอนที่ บาร์เซโลน่า

ถล่ม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คา สนามเวมบลี่ย์ ในปี 2011 ในถ้วย แชมป์เปีี้ยนส์ลีก นี่เป็นเพียงเหตุการณ์ส่วนน้อยที่ยกมากล่าวถึงวีรกรรมดีๆ ที่ชายคนนี้ทำมาตลอดอาชีพค้าแข้ง

แน่นอนว่าเรื่องความเก่งกาจในฐานะ กองหลังที่ดีที่สุดในโลก ไม่ต้องพูดถึง แต่นอกเหนือจากนั้นความยิ่งใหญ่ของกัปตันหัวฟูที่ไว้ผมทรงเดียวมาตลอดชีวิต

ชายผู้ที่ไม่ด้มีหน้าตาหล่อเหลาออกจะเงียบๆ และชอบเก็บตัวราวกับมนุษย์ถ้ำผู้ตามไม่ทันโลกภายนอก มันก็ถูกจดจำในฐานะของสุภาพบุรษ 

แน่นอนว่าในยุคของฟุตบอลสมัยใหม่ชัยชนะเป็นสิ่งที่หอมหวาน แต่สำหรับคนอย่าง ปูโยล ชัยชนะที่จะได้ในแต่ละเกมจำเป็นที่ต้องขาวสะอาดเท่านั้น ดังนั้น

โลกฟุตบอลในตอนที่มีเขาอยู่มันคือโลกฟุตบอลในอุดมคติที่หาได้ยากในช่วงเวลาปัจจุบันนี้.

เขียนโดย : นักเตะจากโลกคู่ขนาน

ติดตามข่าวสารอื่นๆได้ที่ goal storm

Leave a Reply

%d bloggers like this: