ฟุตบอลต่างประเทศ ฟรีคิกซามูไรผู้เป็นตำนาน ชุนสุเกะ นากามูระ – Goalstorm

ฟุตบอลต่างประเทศ ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อนหลังจากที่ ฮิเดโตชิ นากาตะ ได้ทลายกำแพงระหว่างนักเตะเอเชียกับฟุตบอลยุโรปลงไปได้ แน่นอนว่าชายคนนี้ก็ได้กลายมาเป็นไอดอลของเด็กๆ

ที่มีความฝันเดียวกันทันที และจากผลงานที่ นากาตะ ได้ทำเอาไว้เมื่อครั้ง ฟุตบอลโลก มันก็เหมือนกับได้เพาะเมล็ดพันธ์ที่พร้อมจะเติบโตตามรอยเท้าที่เขาได้วางเอาไว้ 

ชุนสุเกะ นากามูระ ก็คือเมล็ดพันธ์และเป็นผลผลิตชั้นเลิศ เหมือนกับเด็กญี่ปุ่นทั่วไปที่ฝันอยากจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพเพราะมีตัวการ์ตูนในดวงใจอย่าง กัปตันซึบาสะ

เป็นแรงผลักดันทำให้เขาเริ่มต้นการเล่นฟุตบอลตั้งแต่ยังเป็นนักเรียนมัธยมจนถึงวันที่ เจลีก ได้กำเนิดมาอย่างเต็มตัวในปี 1993 นากามูระ ก็ได้เริ่มต้นทำความฝันแบบจริงๆ จังๆ

โดยการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ให้กับทีม โยโกฮามา มารินอส ในปี 1998 ก่อนจะโชว์ฟอร์มในแดนกลางอย่างเฉิดฉายจนเป็นที่หมายตาของทีมในยุโรป

สุดท้าย นากามูระ ก็เลือกที่จะตามรอยรุ่นพี่อย่าง นากาะตะ บินลัดฟ้าไปยังดินแดน ฟุตบอลคลาสสิคยุค 90s ใน กัลโช่ซีเรียอา กับทีม เรจจิน่า แม้ว่าเขาจะยืนหยัดอยู่ที่นั่นถึง 3 ฤดูกาล

แต่ผลงานและภาพจำที่ทำให้เขากลายเป็นตำนานจริงๆ กลับอยู่ในดินแดนสหราชอาณาจักรที่ชื่อว่า สก๊อตแลนด์ 

จุดเริ่มต้นการเป็นตำนานของซามูไรคนนี้ มาจากที่ สโมสรกลาสโกว เชลติก เริ่มสนใจในตัวของ นากามูระ มาสักพักจากผลงาน ทีมชาติญี่ปุ่น ในศึกคอนเฟดเดอเรชั่นคัพ

ที่เขามีส่วนช่วยให้ ทีมชาติญีปุ่น เสมอกับ ทีมชาติบราซิล ไปอย่างสุดมันส์ด้วยผลสกอร์ 2 – 2 และเงินจำนวน 2.5 ล้านปอนด์ที่ประธานบริหาร กลาสโกว เชลติก

ลงทุนเดินทางไปสู่ขอตัวของเขาเองถึงอิตาลี นั่นก็ทำให้เขาได้กลายเป็นจุดสนใจของทั้งโลกขึ้นมา

แม้ในความตั้งใจแรกของ นากามูระ คือการได้ไปเล่นใน ลาลีก้าสเปน แต่เมื่อข้อเสนอของ กลาสโกว เชลติก ที่การันตีว่าจะได้ไปเล่นในเวทียุโรปอย่าง ยูฟ่า แชมป๋เปี้ยนส์ลีก ทุกปี

ก็ไม่อาจจะปฎิเสธได้ ถึงเหตุผลจริงๆ ที่ กลาสโกว เชลติก ต้องการตัวซามูไรคนนี้มาสวมเสื้อสีเขียว – ขาว นั่นก็เพราะเป็นเหตุผลทางการตลาดเพียงอย่างแรก


นากามูระ สมยานาม เดวิด เบ็คแฮม แห่งญี่ปุ่น

เนื่องจากในตอนนั้นตัวของ นากามูระ เปรียบเสมือนเป็น เดวิด เบ็คแฮม ในญี่ปุ่น แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องใช้งาน นากามูระก็ตอบแทนความไว้ใจที่ กอร์ดอน สตรัคคัน มอบให้อย่างดีเยี่ยม

จุดเริ่มต้นมาจากการสูญเสียยอดดาวยิงอย่าง เฮนริค ลาร์ลสัน ให้กับ บาร์เซโลน่า ใน ลาลีก้าสเปน เมื่อขุมกำลังไม่พอทีมม้าลายขาว – เขียว ก็ทำผลงานได้ย่ำแย่ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

หนำซ้ำยังมาเสมอกับทีมที่ชื่อชั้นเป็นรองในเกม สก๊อตพรีเมียร์ลีก นัดแรกอีก นั่นจึงทำให้ สตรัคคัน ไม่มีทางเลือกมากนัก ในเกมที่สองเขาจึงต้องลองใส่ชื่อ ชุนสุเกะ นากามูระ

ลงเป็นตัวจริงทันทีทั้งๆ ที่ซามูไรคนนี้ก็เพิ่งผ่านศึกจากทีมชาติมาไม่นาน

แต่เมื่อได้โอกาส นากามูระ ก็ไม่ทำให้ผิดหวังในเกมกับ ดันดี ยูไนเต็ด ทั้งๆ ที่เป็นการลงเล่นตัวจริงครั้งแรก ซามูไรคนนี้ที่ยังไม่ฟิตเต็มร้อย

ก็แสดงผลงานในแดนกลางที่เนียนตา มีส่วนสำคัญทำให้ทีมเก็บชัยชนะพ่วง ฟุตบอลต่างประเทศ ด้วยรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมในเกมอีกด้วย นัดแรกของเขาจบลงในนาทีที่ 84

หลังจากถูกเปลี่ยนตัวออกพร้อมกับการยืนขึ้นปรบมือของเหล่าแฟนบอลที่ประทับใจฟอร์มของซามูไรแดนไกล

และตั้งแต่วันนั้นการเข้ามาของซามูไรคนนี้ก็เหมือนกับจิ๊กซอร์ที่เข้ามาเติมช่องว่างที่ขาดของ กลาสโกว เชลติก ให้เป็นรูปภาพที่สวยงามสมบูรณ์แบบ ในฤดูกาลแรกกับเชลติก นากามูระ

ลงเล่นไป 33 เกมยิงไป 6 ประตู และแอสซิสต์ช่วยเพื่อนไปอีก 8 ประตูมีส่วนสำคัญสุดๆ ให้ม้าลายขาว – เขียวตัวนี้ผงาดคว้าแชมป์ สก็อตติซ พรีเมียร์ลีก ได้อย่างยิ่งใหญ่  

นอกจากการเป็นมิดฟิลด์ที่เพรียบพร้อมไปด้วยเทคนิค และการผ่านบอลทะลุช่องที่แม่นยำแล้ว จุดเด่นและภาพจำที่ทำให้เขากลายเป็นตำนานของทีมดังในลีกสก๊อตมาจากลูกนิ่งที่เรียกว่า ฟรีคิก ที่แม่นยำ

และสวยงามด้วยเท้าซ้ายของตัวเอง ถึงจะอยู่ที่ กลาสโกว เชลติก เพียงแค่ระยะเวลา 4 ปี แต่เขาก็ได้สร้างโมเมนต์ที่น่าจดจำให้แฟนๆ ของทีมม้าลายขาว – เขียว ไม่มีวันลืม

การสังหารลูกฟรีคิกในนาทีที่ 81 หลังจากที่เสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมดังจาก พรีเมียร์ลีกอังกฤษ อยู่ 0 – 0  นากามูระ ทำประตูจากสิ่งที่เขาถนัดที่สุด

ในเวลาที่ทีมต้องการมากที่สุด ในเกม ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก ที่ต้องการันตี 3 แต้มเท่านั้น กลาสโกว เชลติก ของเขาถึงจะผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย

และนาทีที่ลูกบอลออกจากเท้าซ้ายลอยโด่งโค้งผ่านกำแพงและผ่านมือ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ เข้าไปเป็นประตู มันก็ได้สร้างประวัติศาสตร์พร้อมกับสร้างให้เขากลายเป็นตำนานของทีมดังในลีกสก๊อตทันที

นอกจากลูกฟรีคิกที่น่าจดจำความมีวินัยที่เป็นเอกลักษณ์ของนักเตะญี่ปุ่นยุคนั้นก็ถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก ตลอดเวลาที่ ชุนสุเกะ นากามูระ อยู่ในแดนแดนวิสกี้

เพื่อนร่วมทีมไม่เคยเห็นวันไหนที่เขาจะขาดการฝึกซ้อมหรือมาสายเลยสักวัน นากามูระ เลือกที่จะรักษาความฟิตไว้อย่างดี เขามีกล้ามเนื้อที่กระชับและพร้อมจะลงวิ่งไปทั่วทั้งสนาม

ตลอดเวลา 90 นาที และนั่นมันก็ส่งผลให้ตลอดเวลา 4 ปี ซามูไรคนนี้การรันตีการลงเล่นเกิน 30 นัดของทุกฤดูกาลเสมอ  

ความฟิต ความมีระเบียบวินัย หรือการเข้ามาเพื่อยกระดับทีมจนเป็นตำนานที่กล่าวถึงอย่างแท้จริงส่งผลให้เขามีคืนวันที่หอมหวานกับ ทีมกลาสโกว เชลติก หลังจากคว้าแชมป์ลีกติดต่อกันถึง 3 สมัย

แต่เมื่อยังมีความฝันที่ต้องทำอยู่ นากามูระ จึงตัดสินใจย้ายจากลีกสก็อต มุ่งหน้าสู่ ลาลีก้าสเปน ตามที่ได้ตั้งใจตั้งแต่แรกกับ ทีม เอสปันญ่อล

แต่ที่นี่มันก็ไม่ได้ส่งผลให้เป็นภาพจำเท่ากับตอนที่เขาใส่เสื้อสีขาว – เขียว เท่าไหร่นัก สุดท้ายเมื่ออยู่ได้แค่ 1 ฤดูกาล ชุนสุเกะ นากามูระ ก็กอบโกยความสำเร็จทั้งหมด

กลับบ้านไปอยู่กับ โยโกฮาม่า มารินอส, จูบิโร่ อิวาตะ และกำลังแขวนสตั๊ดกับทีมปัจจุบันอย่าง สโมสรโยโกฮาม่า เอฟซี

ด้วยวัย 44 ปี ที่มีเป้าหมายสุดท้ายคือการพาทีมเลื่อนขึ้นไปเลื่อนใน เจลีก ดิวิชั่น 1 ให้ได้

เป็นเวลา 26 ปีที่ซามูไรคนนี้เริ่มต้นอาชีพค้าแข้ง จนถึงปัจจุบัน ชุนสุเกะ นากามูระ เป็นที่รู้จักจากลูกฟรีคิกสุดมหัศจรรย์จากเท้าซ้าย

ที่เปรียบเสมือนสั่งได้ดั่งใจนึก ประสบความสำเร็จกับ ทีมชาติญี่ปุ่น ด้วยเบอร์ 10 ที่หลังเสื้อเหมือน กัปตันซึบาสะ ที่เป็นการ์ตูนตัวโปรด

ด้วยผลงาน 98 นัดยิงไป 24 ประตู และพา ทีมชาติญี่ปุ่น ของตัวเองลุย ฟุตบอลโลก ถึง 2 ครั้ง 

ในวันนี้ซามูไรถึงเวลาจะต้องวางอาวุธของเขาพร้อมกับคำกล่าวขานและเกียรติประวัติต่างๆ ที่สะสมตลอดเวลาที่ลงเตะ การถูกรับเลือกให้เป็นนักเตะทรงคุณค่าของ เจลีก ถึง 2 ครั้งนั่นก็คือ

เครื่องหมายการันตีว่าซามูไรคนนี้มีดีมากกว่าอายุที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 408 นัด 73 ประตู ใน เจลีก นั้นน่าจดจำและก็เพียงพอที่จะเป็นคนปลูกฝังเมล็ดพันธุ์ต่อไปในวงการฟุตบอลญี่ปุ่น

แต่หากให้นึกถึง ชุนสุเกะ นากามูระ ที่เราคุ้นเคยเจริงๆ คงจะเป็น นากามูระ ในสีเสื้อเขียว – ขาว ของกลาสโกว เชลติก กับลูกฟรีคิกน่าอัศจรรย์ที่จะเป็นภาพคุ้นตาของแฟนบอลที่สุด.

เขียนโดย : นักเตะจากโลกคู่ขนาน 

Leave a Reply

%d bloggers like this: