ฟุตบอลต่างประเทศ กาลครั้งหนึ่งของเจ้าป่า น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ – Goalstorm

ฟุตบอลต่างประเทศ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ชื่อนี้อาจจะคุ้นหูแฟนบอลที่เติบโตขึ้นมาพร้อมกับฟุตบอลสมัยใหม่อยู่บ้าง เพราะถือว่าเป็นทีมน้องใหม่ที่เพิ่งจะได้เลื่อนชั้นขึ้นมาสู่เวที พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ในฤดูกาลนี้

ด้วยเสื้อสีแดงที่สะดุดตาแถมยังไม่มีสปอนเซอร์คาดหน้าอกเหมือนกับทีมอื่นๆ อีก แต่รู้ไหมว่าสำหรับแฟนบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ยุคเก่านั้น

หลายคนทั้งคุ้นหูและคุ้นตากับชื่อของทีมน้องใหม่แต่เชื่อเถอะว่ามีประวัตฺศาสตร์และความยิ่งใหญ่ที่ไม่ใหม่แน่นอน

น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ เรียกสั้นๆ ว่า ฟอเรสต์ หรือแฟนบอลบางกลุ่มตั้งฉายาให้ว่า เจ้าป่า ตามสัญลักษณ์โลโก้ของสโมสร ไม่ว่าจะเรียกชื่อไหนมันก็หมายถึงชื่อทีมที่มีประวัติการก่อตั้งมายาวนานถึง 157 ปีตั้งแต่ ค.ศ 1865 ทั้งนั้น

จุดเริ่มต้นของความยิ่งใหญ่กำเนิดขึ้นเมื่อปี 1975 หลังจากที่ ไบรอัน คลัฟ เร่ร่อนอยู่กับหลายๆ ทีมบนเกาะอังกฤษ เหมือนเป็นดั่งโชคชะตาให้ยอดกุนซือและเจ้าป่าได้พานพบกันทุกอย่างดูเหมาะเจาะไปหมด น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์

ตอนนั้นอยู่ในระดับดิวิชั่น 2 และทีมเจ้าป่าก็ค่อยๆ เติบโตขึ้นมาทีละนิดภายใต้การคุมทีมของคนที่ได้รับการยกย่องว่ามีวาทศิลป์เหมือนกับ โชเซ่ มูรินโญ่ เชี่ยวชาญแท็คติกและหลักแหลมราวกับ เป๊บ กวาร์ดิโอล่า

หนำซ้ำท่าไม้ตายของเขาคือการปลุกใจนักเตะให้พร้อมลุกขึ้นมาสู้ได้ตลอดเวลาเหมือนที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ กระตุ้นนักเตะของเขา 

ทั้งหมดไม่ใช่คำกล่าวที่เกินจริง ยิ่งได้ ปีเตอร์ เทย์เลอร์ เพื่อนที่รู้ใจที่สุดมาช่วย ทีมเจ้าป่าก็ค่อยๆ ยกระดับ ไล่ล่าความสำเร็จแบบก้าวกระโดด จากที่ตอนแรก ฟอเรสต์ จบในอันดับที่ 16 ของลีกรองปีต่อมาก็จบในอันดับที่ 8

และเมื่อเสริมทัพนักเตะที่เล่นได้เข้ากับปรัชญาการทำทีม ไบรอัน คลัฟ และ ปีเตอร์ เทย์เลอร์ ก็พาเจ้าป่าทะยานเลื่อนชั้นขึ้นได้ไปแชมป์ลีกสูงสุดของเกาะอังกฤษอย่างไม่น่าเชื่อ

แต่เหมือนว่านิยายเรื่องนี้ยังไม่จบหลังจากที่ได้แชมป์ลีกสูงสุด น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ได้โควต้าไปเล่นในบอลถ้วยยุโรปหรือ ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก ที่ตอนนั้นยังใช้ชื่อว่า ยูโรเปี้ยนส์คัพ

และนี่คือตำนาน เจ้าป่า น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ หักปากกาเซียนทุกสำนัก สิ่งที่พวกเขาทำไม่ใช่แค่การเข้ารอบลึกๆ มากไปกว่านั้นคือการเอาชนะ มัลโม่ ทีมดังจากสวีเดน ด้วยสกอร์ 1 – 0 ครองความเป็นเจ้ายุโรปได้ในปี 1978

อีก 1 ปีต่อมาหลังจากได้โควต้าจากการเป็นเจ้ายุโรป ปาฎิหารย์เกิดขึ้นอีกครั้ง ปีเตอร์ เทย์เลอร์, ไบรอัน คลัฟ, รวมถึงนักเตะทุกคนของ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ก็ร่วมกันสร้างตำนานไม่หยุด

พวกเขาเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศเป็นครั้งที่ 2 และเหนือกว่านั้นคือการเอาชนะ ฮัมบูร์ก สโมสรจาก บุนเดสลีก้า ที่มี เควิน คีแกน เจ้าของรางวัล บัลลงดอร์ ไปได้อีกครั้งในปี 1979 เป็นทีมเดียวบนเกาะอังกฤษจนถึงปัจจุบันนี้ที่ทำได้

เมื่อมีพบก็ต้องมีจากเป็นไปตามวัฎจักรของโลกใบนี้ หลังจากที่สร้างตำนานไปด้วยกัน ไบรอัน คลัฟ เริ่มมีปัญหากับเพื่อนรัก ปีเตอร์ เทย์เลอร์ ความแตกหักส่งผลให้ทั้งคู่แยกย้ายกันไปคนละทิศละทาง จนถึงปี 1990

เขาก็ได้สูญเสียเพื่อนและศัตรูที่ดีที่สุดอย่าง ปีเตอร์ เทย์เลอร์ แบบไม่มีวันกลับ ไบรอัน คลัฟ รู้สึกผิดในใจที่ไม่ยอมโทรไปพูดคุยกับอดีตเพื่อนซี้ในวาระสุดท้าย

เรื่องที่ค้างคาในใจมากมายต่อเพื่อนสนิทที่เคยร่วมหัวจมท้ายมาด้วยกันมันได้สร้างบาดแผลรอยใหญ่ให้กับเขามากจนถึงขั้นติดเหล้าอยู่ 3 ปี และในที่สุดก็ประกาศเลิกคุมทีมในปี 1993

สิ้นสุดยุคสมัยที่เคยรุ่งโรจน์ที่สุดของทั้งกุนซือและทีมไปพร้อมๆ กัน เป็นเวลายาวนานถึง 18 ปีที่กุนซือคนนี้คุมทีมและพาเจ้าป่า ฟอเรสต์ ยิ่งใหญ่อยู่ลีกสูงสุด 

จากสูงสุดคืนสู่สามัญ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ กลายเป็นทีมที่ตกชั้น พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ซึ่งมันก็เป็นฤดูกาลแรกในประวัติศาสตร์ผ่านการเวลาที่ยาวนาน อย่างไรก็ตาม เจ้าป่ายังคงมีดีถึงแม้จะตกชั้นแต่พวกเขาจะยังกลับมาได้

เพียงแค่ว่าเปลี่ยนเป็นรูปแบบจากขาประจำกลายเป็นไปๆ มาๆ อยู่ในโซนตกชั้นของ ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ไม่สามารถรักษามาตราฐานให้คงที่ได้เลย ปีแล้วปีเล่าหลังจากผ่านความรุ่งเรืองที่สุด น็อตติงแฮม ฟอเรสต์

ที่ตอนนี้ขาดกัปตันเรืออย่าง ไบรอัน คลัฟ เหมือนกำลังหลงทางอยู่ในมหาสมุทร ไม่ว่าพวกเขาจะเปลี่ยนโค้ชในทุกๆ ปี หรือทุ่มเงินซื้อนักเตะที่คิดว่าจะมาช่วยพาให้เจ้าป่า

กลับมาสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้งได้ แต่ก็ไม่มีผล และสุดท้ายในปี 1999 เจ้าป่าต้องยอมรับว่าพวกเขาไปแบบกู่ไม่กลับ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ป่าที่เคยยิ่งใหญ่ใกล้จะแห้งแล้งและกลายเป็นพื้นที่รกร้าง

เป็นเวลายาวนานที่ต้องรอคอยให้คนสักคนมากอบกู้ และในที่สุดการมาถึงของประธานสโมสรคนใหม่ที่เปรียบดังแสงสว่าง เอวานเจลอส มารินาคิส คือเศรษฐีจากประเทศกรีซเจ้าของเดียวกับทีม โอลิมเปียกอส 

การบริหารทีมแบบค่อยเป็นค่อยไปไม่โหมทุ่มซื้อนักเตะและเลือกเฉพาะคนที่พร้อมจะไปกับทีมจริงๆ โดยมีกุนซือคนใหม่ที่ชื่อว่า สตีฟ คูเปอร์ ที่เคยพา ทีมชาติอังกฤษชุดยู – 17

คว้า แชมป์ฟุตบอลโลก เป็นคนหว่านเมล็ดพันธ์ และมันก็ได้ผลดีเพราะไม่มีใครที่จะคุ้นเคยกับนักเตะเด็กๆ อายุน้อยในทีมเท่าชายคนนี้อีกแล้ว

ยังไม่สามารถเรียกได้เต็มปากว่า เจ้าป่า น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ในตอนนี้กลับมาได้แบบเต็มตัว แต่อย่างน้อยการเปลี่ยนแปลงล่าสุดก็ช่วยส่งผลให้ให้เมล็ดพันธุ์ที่เริ่มหว่านไว้เจริญเติบโต นับเป็นเวลายาวนานถึง 23 ปี

จากทีมที่เคยยิ่งใหญ่ต้องตกไปอยู่ในจุดที่ต่ำที่สุด มาวันนี้ทีมเก่าแก่ทีมนี้ได้กลับขึ้นมาเจอแสงสว่างที่เรียกว่า ศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ อีกครั้ง 

ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนบอลทีมไหนไม่สำคัญ แต่ถ้าหากคุณเป็นแฟนบอลอังกฤษพันธุ์แท้ที่เคยเกิดทันช่วงเวลาที่ ผืนป่าแห่งนี้ยังอุดมสมบูรณ์ เชื่อเถอะว่ามันต้องมีสักนิดนึง

สิที่จะเผลอใจช่วยเชียร์ให้ทีมที่เก่าแก่ที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษทีมนี้ ไม่ต้องถึงขนาดกลับมายิ่งใหญ่เหมือนเมื่อก่อน แต่ขอให้อยู่บนลีกสูงสุดให้นานๆ ให้แฟนๆ หายคิดถึงหน่อยก็ยังดี.

เขียนโดย : นักเตะจากโลกคู่ขนาน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

https://hmong.in.th/wiki/Nottingham_Forest_FC

https://www.nottinghampost.com/sport/football/football-news/dont-go-behind-back-nottingham-3989761

Leave a Reply

%d bloggers like this: