ฟุตบอลไทย ชีวิตที่อยู่คู่เสียงวิจารณ์ “สรรวัชญ์ เดชมิตร”

ฟุตบอลไทย ชีวิตที่อยู่คู่เสียงวิจารณ์ “สรรวัชญ์ เดชมิตร”

ฟุตบอลไทย ชีวิตที่อยู่คู่เสียงวิจารณ์ “สรรวัชญ์ เดชมิตร” 1 สิ่งที่หลายๆคนมักจะเป็นที่กดดันและไม่ชอบให้มาอยู่ในการใช้ชีวิต แต่จะมีบางคนจำนวนไม่น้อย ที่เลือกที่จะต่อสู้และหาวิธีรับมือกับมัน เพื่อที่จะเรียนรู้และข้ามผ่านมันไป นั่นก็คือสิ่งที่เรียกว่า เสียงวิจารณ์ เป็นที่แน่นอนว่าหากชีวิต คุณต้องอยู่ท่ามกลางแสงสีไฮไลท์ เป็นที่จับจ้องของผู้คนคุณจะหนีไม่พ้นเสียง วิพากย์วิจารณ์อย่างแน่นอน เช่นเดียวกับชีวิตของนักฟุตบอล ในยุคสมัยนี้ที่ต้องรับมือแรงกดดันต่างๆ ทั้งในและนอกสนาม แต่มันจะมีสักกี่คนที่ต้องโดนเสียงวิจารณ์อยู่ตลอดและยังยืนหยัด อยู่บนเส้นทางของตัวเองได้เสมอ

ถ้าหากจะพูดถึงคนๆนี้หลายๆคนคงต้องรู้จักเขาอย่างแน่นอน ผู้ที่มีประเด็นให้พูดถึงแทบจะตลอดเวลาของฟุตบอลไทยในช่วง4-5ปีที่ผ่านมา เขามีชื่อว่า “แคมป์” สรรวัชญ์ เดชมิตร

เส้นทางของ เจ้าแคมป์ เดิมที่แล้วเขาไม่ได้ชื่อว่า สรรวัชญ์ ตั้งแต่แรก ชื่อเดิมของเขาใช้ชื่อว่า “วิชะยา เดชมิตร” เขาเริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุ 8 ขวบ เนื่องจากคุณพ่อเคยเอ่ยปากถามเขาว่าอยากเล่นฟุตบอลจริงๆไหม ด้วยความที่ยังตาสีตา สาเขาก็ได้ตอบไปแบบไม่คิดว่า อยากเล่น เพียงเพราะคิดว่า ฟุตบอลคือสิ่งที่ให้ความสนุก กับเขาที่ในเวลานั้น ต่อมาเขาได้เข้าไปอยู่ใน โรงเรียนประจำเหมือน โดนบังคับให้ไปเรียน หลายๆคนคิดว่าเขาเป็นเด็กเส้น เพราะว่าแค่เดาะบอลยังทำไม่ได้

เขาโกหกทั้งพ่อและแม่ว่า มีปัญหาด้านสุขภาพไม่อยากไปเรียนแต่ก็ไม่มีใครเชื่อ เขาถูกฝึกฝนทางด้านฟุตบอลอย่างหนักขณะอยู่ที่นั้น ตัวเขาเองมองว่าทำไมเขาต้องมาซ้อมอย่างหนักด้วย เขาเองรู้สึกไม่มีความสุขกับชีวิตในตอนนั้นเลย อยู่มาวันนึงคุณพ่อของเขาได้รับการติดต่อจากอาจารย์ท่านนึงว่ามีช่องทางที่จะให้เขาไปเล่นฟุตบอลที่ประเทศสิงค์โปร์ ตัวของเขาก็ได้พูดคุยกันในครอบครัวว่าจะเอายังเพราะการไปที่นั้นค่าใช้จ่ายต้องเป็นคนออกเองทั้งหมด คุณพ่อให้โอกาสเขาเป็นคนตัดสินใจ แน่นอนว่าในตอนนั้นเขาเองแทบจะไม่ได้เรียนเลยเกรดก็ออกมาไม่ดีคงจะเอาดีทางด้านการเรียนไม่ได้เขาจึงตัดสินใจที่จะไปที่สิงค์โปร์

ชีวิตที่นั้นการซ้อมฟุตบอลเป็นไปอย่างเข้มข้นในทุกๆวัน เขาเหนื่อยเขาท้อเขาอยากกลับบ้าน แต่การมาที่นี้เงินทุกบาททุกสตางค์ต้องไม่ให้สูญเปล่าเขาจึงเลือกที่จะยืนหยัดสู้เพื่อครอบครัว จนได้เซ็นสัญญาอาชีพครั้งแรกกับยอดทีมของสิงค์โปร์อย่าง แทมปิเนส โรเวอร์ เขาได้ร่วมงานกับนักเตะชื่อดังของสิงค์โปรอย่างมากมาย ชีวิตการค้าแข้งที่นั้นก็ทวีคูณความยากเข้าไปอีกเพราะในสนามมีการแข่งขันที่สูงตลอดในการลงเล่น วันเวลาผ่านไปฟุตบอลสิงค์โปร์ความนิยมก็น้อยลง

ฟุตบอลไทยเริ่มกลับมาบูมขึ้นและตัวเขาเองก็ได้รับการติดต่อจาก โค้ชง้วน สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ ให้กลับมาเล่นกับสโมสร บางกอกกล๊าส เขากลับมาด้วยชื่อเสียงที่โนเนม และเป็นอีกครั้งที่เขาถูกตราหน้าว่าเป็นเด็กเส้น ชีวิตของเขากับฟุตบอลไทยก็เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ตอนนั้น ปี 2010 เขาติดทีมชาติไทยลุยศึกเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 16 ที่ประเทศจีน

เขาได้รับหน้าที่สังหาร 2 จุดโทษ แต่ทว่ามันกลับไม่เข้าทั้ง 2 ครั้ง หนำซ้ำยังมาโดนใบแดงในการเอามือไปปัดบอล จบเกมส์นั้นเขาโดนเสียงวิจารณ์ต่างๆจากสื่อและแฟนบอลไทยถาโถมเข้ามาอย่างหนักก่อนที่จะเป็นบรรดาเพื่อนร่วมทีมและสต๊าฟโค้ชคอยพูดให้กำลังใจเขาจนก้าวผ่านช่วงเวลา ณ ตอนนั้นมาได้

ต่อมาคุณแม่ของเขาได้ไปดูดวงของแคมป์ หมอดูแนะนำว่าให้ลองเปลี่ยนชื่อจาก วิชะยา มาใช้ชื่อ สรรวัชญ์ แทน เจ้าแคมป์ในตอนนั้นก็รู้สึกว่าตัวเองผ่านช่วงมรสุมของชีวิตมามากจึงอยากลองเชื่อหมอดูเปลี่ยนชื่อตามคำแนะนำโดยในตอนนั้นเจ้าตัวได้ย้ายเข้ามาสู่รั้วแข้งเทพ แบงค๊อก ยูไนเต็ด หลังจากนานฟอร์มการเล่นของเขาก็ดีขึ้นเรื่อยๆในทุกๆฤดูกาล จนเข้าสู่ช่วงปี 2015

สรรวัชญ์ ถูกเรียกตัวติดทีมชาติชุดใหญ่ชุดลุยศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชียในยุคของ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทัพช้างศึกในตอนนั้น ด้วยความที่ตัวของเจ้าแคมป์ถูกขัดเกลาให้เล่นเท้าซ้ายมาตั้งแต่เด็กๆทั้งๆที่ตัวเองถนัดเท้าขวา ทำให้เขาเป็นห้องเครื่องคนสำคัญของทัพช้างศึกในตอนนั้น

ทั้งการออกบอลการคุมจังหวะของเกมส์และการจ่ายบอลที่พร้อมจะเปลี่ยนเป็นโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมได้ยิงประตู ถือเป็น1ในมิดฟิลด์ที่ครบเครื่องและตอบโจทย์ต่อแทคติคของโค้ชซิโก้ ผลงานของเขาในนามทีมชาติได้รับคำชมอย่างมากในสายตาแฟนบอล ทำให้หลายๆคนคิดว่าเขาคือคนสำคัญในทีมชาติที่จะขาดไม่ได้ในต่อๆไปอย่างแน่นอน

หลังจากที่จบการแข่งขันของทีมชาติ ฟุตบอลลีกไทยก็กลับมาฟาดแข้งอีกครั้ง โดยเจ้าแคมป์เป็นกำลังหลักสำคัญในการไล่ล่าแชมป์ของ แบงค๊อก ยูไนเต็ด ในทุกๆฤดูกาล การแข่งขันก็เป็นไปอย่างเข้มข้น ฟอร์มการเล่นของสรรวัชญ์ดูเหมือนจะดรอปๆลงไปเล็กน้อยแต่ก็ยังอยู่ในมาตรฐานที่ดี

แต่สิ่งที่มีเพิ่มมาก็คือท่าทางของเขาในสนามที่ดูแล้วเป็นประเด็นให้หลายๆคนพูดถึงอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องในโซเชียลหรือแม้กระทั่งกับผู้ตัดสิน ทำให้เขาถูกเสียงวิพากย์วิจารณ์จากแฟนบอลในทางลบมาตลอด ชื่อของสรรวัชญ์จึงเป็นที่จดจำของแฟนบอลอีกครั้งในทางที่ไม่ค่อยดีนัก

เข้าสู่ช่วงปี 2018 ศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียนก็กลับมาอีกครั้ง ในครั้งนี้ภารกิจของทีมชาติไทยคือต้องป้องกันแชมป์ไว้ให้ได้ โดย สรรวัชญ์ ถูกเรียกติดทัพช้างศึกอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงวิพากย์วิจารณ์ของแฟนบอลเรื่องความเหมาะสม เพราะผลงานของเจ้าตัวก็ยังไม่ได้เป็นที่โดดเด่นมากนัก และภาพลักษณ์เองก็ไม่ค่อยดีเท่าไร แต่ในเมื่อการมีโลโก้ทีมชาติไทยติดอยู่ตรงหน้าอกข้างซ้าย เขาได้ทุ่มเท่ทุกๆอย่างที่มีอย่างเต็มที่ลงสนามเพื่อชาติ เขาเคยกล่าวระหว่างทัวร์นาเม้นนี้ว่า

“อยากให้แฟนบอลเข้ามาเชียร์ฟุตบอลไทยเยอะๆอย่าง มาเลเซีย, อินโดนีเซีย ทำไมคนดู 4-5 หมื่นคน เพราะกองเชียร์เหล่านั้นรักประเทศเขา ไม่ได้มองว่าเจอทีมด้อยกว่า เราทำงานตรงนี้เหนื่อยมากพอแล้ว

เราอยากได้ยินเสียงจากรอบสนาม เสียงจากพวกคุณ ไม่ใช่เสียงจากพวกเพจ คุณซื้อบัตรมาเถอะ เข้ามาด่าผมในสนามก็ได้ ขอให้เต็มๆ ถ้าด่าแล้วทำให้พวกเราวิ่ง 90 นาที แล้วยิงนาทีสุดท้าย ผมจะขอบคุณพวกคุณ ที่มาด่าเรา แล้วทำให้เราต้องแสดงออกในจุดนั้น” เจ้าแคมป์ลั่นวาจาเอาไว้แบบนี้ ถึงแม้ว่าทีมชาติไทยจะทำภารกิจป้องกันแชมป์ไม่สำเร็จ แต่ สรรวัชญ์ เดชมิตร เป็นผู้เล่นเพียง 1 เดียวจากทีมชาติไทย ที่มีชื่อติด ทีมยอดเยียมของ ซูซูกิคัพ ในครั้งนี้ ด้วยผลงานการ แอสซิสต์ 4 ครั้ง

ปัจจุบัน เขามีอายุ 32 ปี ค้าแข้งอยู่กับ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ชีวิตของเขาผ่านร้อนผ่านหนาวผ่านเสียงวิจารณ์มาอย่างมากมายๆถึงแม้โอกาสกลับไปติดทีมชาติจะมีน้อยลง แต่ประสบการณ์ของเขายังดีพอสำหรับไทยลีก 1 และยังรักษาสภาพร่างกายไว้ได้ดี ถึงแม้ว่าหลายๆปีที่ผ่านมาเขาจะอยู่คู่กับเสียงวิพากย์วิจารณ์มาตลอด แต่เขาไม่เคยที่จะคิดโกรธเคืองใครใดๆ

ก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตัวเองในสนามให้ดีที่สุด และเชื่อว่านักฟุตบอลหลายๆคนบุคคลิกในสนามและนอกสนามอาจจะคนล่ะแบบ หากเราทุกคนวิจารณ์กันอย่างมีขอบเขต นักฟุตบอลเหล่านั้นอาจจะเป็นคนที่ดีแบบที่เราไม่เคยคาดคิดก็เป็นได้

ฝากติดตาม ช่องด้วยนะคับ Youtube : Goalstrom
พบกับ ช่วง Goalstorm Live ได้ทุก วันพฤหสับดี เวลา 18.00 น เป็นต้นไป ได้ที่ ช่องทาง Facebook : Goalstorm

Leave a Reply

%d bloggers like this: