มือกาวยุคใหม่ที่ไม่ได้มีดีแค่เซฟ “นพพล ละครพล”

เรื่องราวของผู้รักษาประตูสายเลือดใหม่ ที่เขาไม่ได้มีดีแค่การเซฟประตู เขาคือคนที่โค้ชธงชื่นชมและยกย่องอย่างยิ่ง และนี่คือเด็กที่จะก้าวขึ้นมาสู่ประตูอนาคตของทัพ “ ปราสาทสายฟ้า “

เด็กหนุ่มชาวบุรีรัมย์คนนี้ เขาเริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่อนุบาล 3 โดยมีคุณพ่อเป็นคนคอยบ่มเพาะตั้งแต่เด็ก เขาเริ่มเตะฟุตบอลด้วยตำแหน่งผู้รักษาประตู ถึงแม้ตอนนั้นรองเท้าสักข้างหรือถุงมือสักคู่ที่จะมาใช้ในการเล่นฟุตบอล เขาไม่มีเลยด้วยซ้ำ แต่ด้วยความมุ่งมั่นในตัวเขาและความตั้งใจฝึกสอนของคุณพ่อ ใครจะไปรู้ว่าเด็กคนนี้จะมีอนาคตในเส้นทางฟุตบอลไหม

หากความฝันแรกของเด็กคนนี้คือการเป็นนักฟุตบอลบุรีรัมย์ มันคงไม่ใช่เรื่องแปลก ด้วยความที่เป็นจังหวัดบ้านเกิด และยังมีทีมฟุตบอลจังหวัดที่เพียบพร้อมรอรองรับอนาคตที่ดีในเส้นทางนี้อยู่ ยิ่งทำให้เขาตั้งใจฝึกฝนเพื่อจะอยู่จุดนั้นมากยิ่งขึ้น

พอถึงวันที่บุรีรัมย์เปิดคัดตัวนักเตะเยาวชน เขาก็ไม่มัวมารีรอ โดยวันนั้นมีผู้คนไม่ต่ำกว่า 5,000 คน มารวมตัวกันที่นั่น ถึงแม้ในตำแหน่งผู้รักษาประตู จะมีเพียงแค่ 15 คนที่มาคัดตัว อาจจะไม่มากถ้าเทียบกับตำแหน่งอื่น ๆ แต่สิ่งที่ทีม “ปราสาทสายฟ้า “ ต้องการในตอนนั้นคือ มือกาวเพียง 3 คน แต่เมื่อไฟในตัวที่มีมากกว่าคนอื่น ๆ ทำให้เจ้าตัวผ่านการคัดเป็นนักฟุตบอลเยาวชนของ “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด”

การที่เขาเข้าไปอยู่ในทีมที่มืออาชีพ ทำให้เขามีความพัฒนามากยิ่งขึ้น ความเป็นมืออาชีพ ระเบียบวินัยต่าง ๆ จึงทำให้เจ้าตัวคือมือ 1 ของบุรีรัมย์ ชุดโค้กคัพ และยังโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมจนถูกทีมชุดใหญ่เรียกขึ้นมาฝึกซ้อม

ก่อนจะได้เล่นเป็นครั้งแรก เมื่อปี2015 ที่บุรีรัมย์อุ่นเครื่องกับทีมชาติลาว โดยเขาลงสนามมาในนาทีที่ 86 ถึงแม้เป็นช่วงเวลาสั้น ๆ แต่เด็กวัย 15 ปี คนนี้น่าจะเป็นประสบการณ์หนึ่งในชีวิตที่จะก้าวขึ้นมาเป็นนักฟุตบอลอาชีพในอนาคต

เขาอาจจะเปิดตัวได้ไวกับทีม แต่ด้วยซูเปอร์สตาร์ที่ล้นหลามในทีม บวกกับผู้รักษาประตูรุ่นพี่อย่าง “ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน “ ที่ทำหน้าที่เป็นมือ 1 อยู่แล้ว ทำให้เขาต้องเลือกที่จะออกไปหาประสบการณ์กับทีมอื่น ๆ ก่อน

ถึงแม้จะต้องออกจากบ้านเพื่อหาประสบการณ์ให้กับตัวเอง แต่กราฟชีวิตเขานั้นขึ้นอยู่ตลอดเมื่อมีรายชื่อติดทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี เพื่อแข่งรายการฟุตบอลอาเซียนชิงแชมป์เยาวชนอายุไม่เกิน 19 ปี ที่อินโดนีเซีย

ก่อนจะเป็นทีม ”รถม้ามรกต” ลำปาง เอฟซี ที่ได้ตัวเขาไปเฝ้าเสาให้ในปี 2018 และยังโชว์ฟอร์มแจ่มไม่เสียประตู 5 นัดติดต่อกัน พร้อมพาลำปางจบอันดับ 7 ในฤดูกาลนั้น

เขาโชว์ฟอร์มเก่งจนไปเข้าตา”โค้ชกามา” ทำให้ถูกเรียกตัวไปเล่นกับทีมชาติไทย ยู-23 โดยตอนนั้นเขามีอายุเพียง 19 ปี
ฤดูกาลต่อมา เจ้าตัวได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากโค้ช “ธงชัย สุขโกกี “ เฮดโค้ชของทีม
“ นครปฐม ยูไนเต็ด “ หลังจากได้เห็นทักษะการเล่นฟุตบอลด้วยเท้าของนายทวารคนนี้ ทำให้โค้ชธงยื่นข้อเสนอยืมตัวเขามาเข้าทีม ก่อนจะเป็นตัวหลักของทีมพา “เสือป่าราชา” เข้ารอบชิงเพลย์ออฟเลื่อนชั้นสู่ไทยลีก1 แต่น่าเสียดายที่ไม่สามารถพาทีมขึ้นชั้นไปได้

ขอบคุณภาพจากFacebook : NAKHONPATHOM UNITED

“ นี่คือผู้รักษาประตูที่เล่นบอลกับเท้าได้ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา “ นี่คือคำพูดของ ”โค้ชธงชัย สุขโกกี” หลังจากได้ร่วมทีมกับเจ้าตัว 1 ฤดูกาล พร้อมกับทำผลงานเข้ากับสไตล์ฟุตบอลบิ้วอัพตามแบบโค้ชธง

หลังจากได้ออกไปหาประสบการณ์มากมายกับทีมต่าง ๆ และยังดึงศักยภาพออกมาให้เห็น ทำให้บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เรียกกลับมาเฝ้าเสา

แม้ว่าทีมจะมีประตูที่เก่ง และดีกรีทีมชาติอย่าง “ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน “ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยได้รับโอกาสในการลงสนามมากมายนัก แต่เขาภูมิใจและดีใจอย่างยิ่ง ที่ได้อยู่ในทีมที่มีซูเปอร์สตาร์ดาวดังมากมายในทีม ทีมที่ดีที่สุดในไทยหลังจากเมื่อก่อนเด็กคนนี้คอยตามเชียร์ทีมนี้อยู่เสมอ และยังได้ร่วมฝึกซ้อมกับไอดอลของเขาอย่าง “พี่แชมป์” ที่เมื่อก่อนคอยดูการเล่นของพี่เขาและเอามาเป็นแรงผลักดัน แต่ตอนนี้เขาได้อยู่เคียงข้างไอดอลเขาแล้ว

เมื่อมันถึงเวลาเขาก็ทำได้ดี เจ้าตัวได้รับโอกาสในการเป็นตัวจริงในเกมฟุตบอล เอฟเอ คัพ รอบ64 ทีมสุดท้าย ก่อนจะพาทีมชนะ แพร่ ยูไนเต็ด 3-0 เก็บคลีนชีตไปได้สำเร็จ

และก็ได้รับโอกาสอีกครั้งในนัดสุดท้ายของไทยลีก ฤดูกาล 2021/22 หลังจากทัพ “ปราสาทสายฟ้า” คว้าแชมป์เป็นที่เรียบร้อย โดยเกมนั้นเขาได้ลงสนามเป็น 11 ตัวจริง ถึงแม้จบเกมทีมจะแพ้ไป 2-1 แต่ค่ำคืนนั้นก็เป็นอีกคืนที่มีความสุขของเด็กคนนี้ในการฉลองแชมป์กับทีม และในปีนั้น ”บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด “ คว้าแชมป์ทั้ง 3 รายการของประเทศไทยอีกด้วย

ขอบคุณภาพจากFacebook : BURIRAM UNITED

จากการฝึกซ้อมอย่างหนักของเจ้าตัว และการให้โอกาสที่ยิ่งใหญ่ของทีม ทำให้เขามีรายชื่อติดทีมชาติไทย ยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย และนี่เป็นครั้งแรกของเจ้าตัวในการมีชื่อลงแข่งอย่างเป็นทางการ โดยในการแข่งขันนั้น เขาเป็นตัวจริงในเกมที่พบกับทีมชาติมาเลเซีย และทีมชาติเกาหลีใต้ โดยเขาโชว์ฟอร์มได้อย่างดี ในนัดกับเกาหลีใต้ถึงจะแพ้ไป แต่เขาก็ช่วยเซฟจนทำให้ทีมได้ลุ้นยันนาทีสุดท้าย แม้ว่าจบเกมทีมชาติไทยจะตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย

ขอบคุณภาพจากFacebook : ช้างศึก

นี่คงเป็นอีกเด็กคนนึงที่อาจจะเป็นอนาคตให้กับทีมชาติไทยและบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด การเปิดบอลที่แม่นยำ การเล่นบอลโดยใช้เท้าที่ดีในตัวเขา และเรื่องการเซฟด้วยมือที่ไม่ต้องพูดถึง ในวันข้างหน้าเขาคงจะได้เดินตามรอยไอดอลของเขาอย่าง “ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน “ ไม่ว่ากับสโมสรหรือทีมชาติก็ตาม หรือไม่ การเล่นบอลกับเท้าที่เขามี นี่อาจจะเป็นต้นทางสู่การเป็นผู้รักษาประตูในเจลีกของเขาก็ได้

โจนัส “นพพล ละครพล”

Leave a Reply

%d bloggers like this: