หก หก สองห้าสี่สาม “มาริโอ ยูรอฟกี้”

 ถ้าพูดถึงนักเตะต่างชาติที่มาเล่นไทยลีกคงมีมากมายหลายคน บางรายอาจประสบความสำเร็จกลายเป็นตำนานที่น่าจดจำทั้งเรื่องในสนามและนอกสนาม แต่จะมีอยู่อีกหนึ่งตำนานแข้งต่างชาติที่ปัจจุบันผันตัวมาเป็นโค้ชให้กับสโมสรแรกที่เจ้าตัวมาเล่นในไทยอย่าง มาริโอ ยูรอฟสกี้

       ด้วยเอกลักษณ์การคุมทีมที่ไม่เหมือนใคร อายุอานามที่พอๆกับนักเตะบางคนที่ยังค้าแข้งอยู่ ปัจจุบันมาริโอผันตัวมาเป็นโค้ชผู้ฝึกสอนและมีผู้ช่วยที่เคยเล่นด้วยกันในสีชุดของเมืองทอง ยูไนเต็ดอย่าง ดานโญ่ เซียก้า โดยสิ่งที่ไม่เหมือนใครสำหรับมาริโอ นั่นก็คือการแต่งกายที่จัดเต็มแบบไม่สนใจอากาศในบ้านเรา ไม่ห่วงเรื่องความร้อนราวกับเมืองไทยนั้นเป็นเมืองหนาว เรียกได้ว่าการแต่งกายและแอคชั่นที่ดุดันของมาริโอจึงกลายเป็นสีสันและเอกลักษณ์ที่ไม่มีใครเหมือน

       สิ่งที่น้อยคนจะรู้ถึงที่มารอยแผลบนหัวของมาริโอ โดยทุกครั้งที่เราดูการคุมทีมข้างสนามหรือการได้ออกมาสัมภาษณ์เราจะเห็นทุกครั้ง ซึ่งรอยแผลบนหัวของมาริโอนี้เองก็เกี่ยวข้องกับรอยสักบนหน้าออกของเขาที่สักเป็นข้อความภาษาไทยว่า  หก หก สองห้าสี่สาม 

      ย้อนกลับไปประมาณ 22 ปีที่แล้วในวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ 2543 มาริโอเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ในวันนั้นเขาอยู่บนรถและกำลังจะเดินทางแต่ทว่ารถของเขานั้นได้เกิดอุบัติเหตุตกเหวที่เซอร์เบีย สำหรับมาริโอเองมันเป็นอะไรที่ร้ายแรงมาก และคิดว่าชีวิตของเขาได้ตายไปแล้วในตอนนั้น เขานั้นยังรู้สึกดีที่ยังมีโอกาสได้ใช้ชีวิตต่อไปเป็นครั้งที่สองและเหตุการณ์ในครั้งนั้นเขาจะไม่มีวันลืมอย่างแน่นอน สำหรับมาริโอเองจึงได้สักวันที่ เดือนและปีนี้เพื่อเป็นคำเตือนให้กับตัวเองตลอดเวลา  

      ถึงแม้ว่าเหตุการณ์ในครั้งนั้นจะทำให้มาริโอ รู้สึกเจ็บปวดแต่เขาไม่ได้เอาตรงนั้นมาเป็นข้ออ้างที่จะเดินตามความฝันอย่างการเป็นนักฟุตบอล เขาพยายามอย่างหนักที่จะประสบความสำเร็จ จนเขาสามารถคว้าถ้วยแชมป์ไร้พ่ายกับเมืองทอง ยูไนเต็ดมาแบบไร้ข้อกังขา ด้วยผลงานที่แอสซิสต์ไป 17 ครั้งรวมทุกรายการในตอนนั้น ก่อนที่จะสร้างตำนานคู่หูถล่มประตูกับธีรศิลป์ แดงดา ในเวลาต่อมา

       แน่นอนว่าชีวิตคนเราไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบต้องเจออุปสรรคอยู่ในทุกๆวัน บาดแผลต่างๆที่เกิดขึ้นและรอคอยนับวันเวลาจนกลายเป็นแผลเป็น ก็ไม่ต่างจากอดีตที่เรากลับไปแก้ไขไม่ได้และมันจะอยู่กับเราไปตลอด โดยเราทำได้แค่ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด เฉกเช่นกับมาริโอเองที่มีคาแรคเตอร์ที่เต็มที่พร้อมที่จะทำผลงานให้ดีที่สุดในสนามและยังรู้จักปรับตัวให้เข้ากับฟุตบอลไทยไม่วางตัว ไม่มีอีโก้ เรียนรู้จากอดีตที่เคยผ่านมาและแสดงผลงานให้ทุกคนในทีมและแฟนบอลยอมรับ

      จากคนที่ไม่เคยรู้จักประเทศไทย จากคนที่ไม่คิดว่าตัวเองจะมาเป็นโค้ชให้กับสโมสรแรกในไทยที่ดึงตัวเขามาร่วมทีม มาริโอได้กลายเป็นหนึ่งในตำนานไทยลีกที่ใครหลายๆคนรักทั้งแฟนทีมตัวเองและทีมตรงข้าม ปัจจุบันมาริโอยังคงเต็มที่กับการคุมทีมแบบจัดเต็มทุกแมตช์ทุกการแข่งขันกับเมืองทองทีมของเขาในปัจจุบัน โดยเราเองก็หวังว่าไทยลีกฤดูกาลนี้จะเป็นฤดูกาลที่ดีสำหรับเมืองทอง ยูไนเต็ดและคงมีอะไรเซอร์ไพรส์สำหรับแฟนบอลที่ติดตามไทยลีก

Leave a Reply

%d bloggers like this: