ประวัตินักฟุตบอลต่างประเทศ “โรแบร์โต้ บาจโจ้”

ประวัตินักฟุตบอลต่างประเทศ โรแบร์โต้ บาจโจ้

ประวัตินักฟุตบอลต่างประเทศ โรแบร์โต้ บาจโจ้ ตำนานนักเตะที่อยู่มา 3 ช่วงอายุคน โดยตัวของเขานั้นได้เคยเป็นอดีตนักฟุตบอลชาวอิตาลีซึ่งเขานั้น มีเเฟนคลับเเละมีผู้คนรู้จักแทบจะทั่วโลกในวง การข่าวฟุตบอลทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยเขาจะเป็นที่รู้จักมากที่สุดในวงการเข้าฟุตบอลต่างประเทศ

เนื่องจากว่าเขาเป็นผู้ฝึกสอนผู้จัดการทีมที่มีเฟสมีทั้งสาวที่ค่อนข้างโดดเด่น ด้วยความที่ตัวเขานั้นเคยเป็นนักฟุตบอลกองหลัง ที่มีการเล่นที่สุดยอด และวันนี้เราจะมาพูดถึงฝันอันโทแบคคาบาวเออร์ อดีตนักฟุตบอล ที่ถือเป็นหนึ่งเลยนะฟุตบอลอันดับโลก

Roberto Baggio นักเตะที่ได้ชื่อว่าเอาชนะความร้ายกาจของฝันร้ายที่หลอกหลอน

Roberto Baggior หรือ โรแบร์โต้ บาจโจ้ เกิดเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ปี 2510 ที่ประเทศอิตาลี ปัจจุบันอายุ 55 ปี ส่วนสูง 174 เซนติเมตร โรแบร์โต้ บาจโจ้ เริ่มเล่นฟุตบอลครั้งแรกในปี 2525 กับสโมสรวีเชนซา บ้านเกิด จนถึงปี 2528 

จึงย้ายไปอยู่ที่ฟีออเรนตีนา จากนั้นในปี 2533 จึงย้ายไปอยู่ที่ยูเวนตุส สโมสรชั้นนำของอิตาลีและของยุโรป จนได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปี นักบอลชื่อดัง ของทวีปยุโรปหรือบาลงดอร์ ในปี 2536  ก่อนที่จะเป็นกองหน้าในทีมชาตินำทีมเข้าสู่การแข่งขันฟุตบอลโลก 1994 ที่สหรัฐอเมริกา และพาทีมเป็นรองแชมป์โลก

 จากนั้น บัจโจ จึงได้ย้ายไปอยู่ที่เอซีมิลาน ในปี 2538 ไปอยู่กับโบโลญญาในปี 2540 ย้ายไปอยู่กับอินเตอร์มิลาน ในปี 2541 และเบรชชา ในปี 2543 ก่อนที่จะแขวนรองเท้าไปในปี 2547 โรแบร์โต้ บาจโจ้ เป็นนักฟุตบอลรูปร่างเล็ก โดยสูงเพียง 174 เซนติเมตรเท่านั้น เป็นนักฟุตบอลที่มีชื่อเสียงโด่งดังคนหนึ่งทีเดียวในสมัยที่ยังเล่นฟุตบอลอยู่ 

มีเอกลักษณ์ประจำตัวคือผมเปียที่ท้ายทอย เป็นนักฟุตบอลที่หน้าตาดี จึงได้ฉายาจากแฟนฟุตบอลชาวไทยว่า เทพบุตรเปียทองคำ ชีวิตส่วนตัวนับถือศาสนาพุทธ[1] เคยมีข่าวในทำนองที่ว่าเดินทางมาประเทศไทยเพื่อให้หลวงพ่อคูณฝังตะกรุดมาแล้วด้วย 

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ประวัติ นักฟุตบอลที่มีชื่อเสียง  บัจโจนับถือพุทธศาสนาแบบมหายาน โดยอยู่ในสมาคมโซคา งัคไก สากล (Soka Gakkai International) ซึ่งไม่ได้นับถือเครื่องรางของขลังดังกล่าว แรก ๆ ที่เริ่มมีชื่อเสียงถูกเรียกชื่อเป็นภาษาไทยว่า โรเบอร์โต้ บักจิโอ้ หรือ โรเบอร์โต้ บักโจ้

ต่อมาในปี 1970 เขาได้ถูกเลือกให้เป็นกัปตันทีมของทีมบาเยิร์น เขาได้ปรับเปลี่ยนตำแหน่งการเล่นของเขาจากการเล่นกองกลางเข้ามาสู่กองหลัง ซึ่งทำให้เขานั้นได้พบกับสิ่งที่เขาถนัดและชื่นชอบ พร้อมทั้งยังถือเป็นช่วงที่เขานั้นสามารถคว้าชัยชนะ 

และประสบความสำเร็จมากที่สุดในชีวิตการค้าแข้งอาชีพ ต่อมาในช่วงเวลาปี 1970 ถึง 1976 เขาได้สร้างผลงานด้วยการพาทีมบาเยิร์นนั้น คว้าชัยชนะอย่างแชมป์ยูโร เปี้ยนคัพ หรือก็คือ แชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกในปัจจุบัน เขาสามารถคว้ามาได้ถึง 3 สมัยติดต่อกัน ตั้งแต่ปี 1974 ถึงปี 1976

นอกจากนี้เขายังได้คว้าแชมป์บุนเดสลีกาได้อีก 3 สมัย เป็นแชมป์ในปี 1972 ถึงปี1974 และพาทีมคว้าแชมป์เดเอฟ เบโพคาล และอินเตอร์เนชั่นแนลครัพ อีกเกมส์ละ 1 คัพ ต่อมาเขาก็ได้ย้ายมาเล่นในลีกอเมริกากับทีมนิวยอร์ค คอสมอส ในปี 1977 

ซึ่งเขานั้นก็ยังสามารถที่จะคว้าตัวพาทีมคว้าแชมป์ลีกได้ถึง 3 สมัยติดต่อกัน เป็นการย้าย ไปเล่นพร้อมกับดาวดังหลากหลายคน ทั้งเปเล่, คาร์ลอส อัลแบร์โต้ และโยฮัน นิสแกน ถือว่าเขานั่นอยู่ในรุ่นที่เป็นดาวยิง ดาวจักรพรรดิเลยทีเดียว

หลังจากที่เขานั้นอยู่เล่นกับทางทีมนิวยอร์ค คอสมอสได้เพียง 3 ปีเขาก็กลับมาเล่นให้กับทางเยอรมันอีกครั้ง และไม่นานเขาก็กลับไปเล่นกับทางอเมริกา และนั่นก็คือสถานที่สุดท้ายที่เขาได้เล่นฟุตบอลอาชีพ

นักเตะที่มีชื่อเสียงเป้นตำนานแห่งการเอาชนะฝันร้าย

ในด้านของการเล่นฟุตบอลทีมชาติเขานั้น ได้ถูกเรียกติดทีมชาติครั้งแรกใน ปี 1965 พร้อมทั้งยังได้ลงเล่นฟุตบอลโลกด้วยวัยเพียงแค่ 20 ปี ศึกฟุตบอลโลกปี 1966 เขาสามารถที่จะนำทีมชาติเยอรมันตะวันตก เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้ 

ซึ่ง ณ ตอนนั้น ได้พบกับทางทีมชาติอังกฤษ บทความ ประวัติ นักฟุตบอที่เป็นเจ้าภาพอยู่ แต่ถึงแม้จะน่าเสียดายที่เขาจะไม่สามารถคว้าแชมป์ทีมชาติมาครองได้ แต่เขานั้นก็สามารถโชว์ทักษะการเล่นที่โดดเด่ นแล้วสุดท้ายเขาก็ได้กลายเป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีมชาติฝรั่งเศส 

เขานั้นได้ลงเล่นทีมฟุตบอลโลก และผิดหวัมาก่อน เพราะความผิดหวัง 2 ครั้ง แต่แล้วสุดท้ายเขาก็เขียนให้เป็นกัปตันทีมชาติเยอรมัน และเขามั่นใจได้เลยว่า เขาจะไม่ทำให้แฟนบอลและคนในประเทศเยอรมันผิดหวังอย่างแน่นอน เพราะเขานั้นสามารถที่จะพาทีมชาติชนะ 

แชมป์ฟุตบอล ยูโร ปี 1972 และฟุตบอลโลกในปี 1974 ได้ และจากสถิติการที่เขาได้ลงเล่นมาตลอดนั้นเขานั้นได้ลงเล่นทีมชาติมาถึ 103 ครั้งเลยทีเดียวถือเป็นผู้เล่นในหน้าประวัติศาสตร์ที่ได้ลงเล่นนัดชิงชนะเลิศรายการเมเจอร์ 2 ครั้ง 

ก็คือ ฟุตบอลโลก และฟุตบอลยูโร มีเพียงแค่เขาเท่านั้น ที่เป็นถึงนักเตะจักรพรรดิที่สามารถทำได้ ถึงแม้ว่าในปัจจุบันนี้เขาจะไม่ได้ลงเล่น นักเตะที่ดีที่สุดในโลกตลอดกาล เป็นนักเตะ เป็นเพียงผู้จัดการ และผู้ฝึกสอน เป็นโค้ช แต่เขาก็สามารถที่จะปั้นนักเตะออกมาได้อย่างมีคุณภาพ 

และด้วยวัยของเขานั้น ทำให้เขานั้นได้ผ่านประสบการณ์หลากหลาย มาอย่างมากมาย พร้อมทั้งทุกวันนี้เขาก็ยังคงเป็นหนึ่งในวงการข่าวฟุตบอล ที่มีผู้คนค้นหาและติดตามเป็นจำนวนมาก

Leave a Reply

%d bloggers like this: