สัปดาห์นรก.. ของทีมบิ๊กซิกซ์

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

สัปดาห์นรก.. ของทีมบิ๊กซิกซ์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในฤดูกาลที่ไม่ปกติ ณ เวลานี้ได้เดินทางมาถึงเกมที่ 12 แล้ว ถือว่าเป็นปีที่การลุ้นแชมป์นั้นเบียดแย่งกันอย่างสูสี จ่าฝูงพร้อมเปลี่ยนมือกันได้ตลอดทุกสัปดาห์

โดยในวีคที่ผ่านมามีเกมน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งก็คือ “แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้” ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เป็นเกมที่หลาย ๆ คนนั้นรอคอยคิดถึงรูปแบบการเล่นที่สนุก, ตื่นเต้น, เร้าใจ

แต่ทว่าคราวนี้ไม่เป็นอย่างที่คิด เนื่องจากทั้ง “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต่างเล่นแบบระมัดระวังตัวกันทั้งคู่ ทำให้เกมนี้ลงเอยด้วยการเสมอกันไปแบบไม่มีสกอร์ 0-0

ทำเอาแฟนบอลที่รอดูผิดหวังกันไปตาม ๆ กัน บางคนบอกเสียเวลาดูจริง ๆ เอาเวลาไปนอนดีกว่า ก็แล้วแต่ นานาจิตตัง

แต่ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือในสัปดาห์ที่ผ่านมา บรรดากลุ่มทีมที่ถูกเรียกว่า “บิ๊กซิกซ์” (ประกอบไปด้วย แมนฯยูไนเต็ด, แมนฯซิตี้, ลิเวอร์พูล, เชลซี, สเปอร์ส และอาร์เซน่อล) ไม่มีทีมใดที่สามารถคว้าชัยชนะได้เลย

เริ่มจากเกม แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ ที่เสมอกันไปแบบไร้สกอร์ 0-0 โดยในช่วงดึกของวันเดียวกัน “สิงห์บลูส์”เชลซี ที่ต้องออกไปเยือนกูดิสัน พาร์ค ของ “ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน หากเก็บ 3 คะแนนได้จะแซงทั้ง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล และ“ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่มฮอทสเปอร์ ขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงแบบชั่วคราว

แต่ก็เกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดเมื่อความผิดพลาดของ เอดูอาร์ เมนดี้ นายทวารที่ผลงานดีมาตลอดนับตั้งแต่ย้ายมาเฝ้าเสาให้กับทีม วิ่งทะเล่อทะล่าไปซน โดมินิค คัลเวิร์ต-ลูวิ่น เสียจุดโทษและเป็น กิลฟี่ ซิกูร์ดสสัน ที่สังหารเข้าไป.. แม้ช่วงเวลาที่เหลือลูกทีมของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด จะพยายามเปิดเกมรุกเข้าใส่ทำทุกวิถีทางเพื่อทวงประตูคืน แต่ก็ไม่สามารถเจาะเกมรับของ คาร์โล อันเชล็อตติ ได้ สุดท้ายก็พ่ายไป 1-0 พลาดการขึ้นจ่าฝูงแบบน่าเสียดาย นี่คือเกมของคืนวันเสาร์

ส่วนในวันอาทิตย์เป็นคิวของสองทีมในบนหัวตารางที่มีแต้มเท่ากัน สเปอร์ส ลงเล่นก่อนด้วยการออกไปเยือน คริสตัล พาเลซ ที่เซลเฮิร์ท พาร์ค ลูกทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ ออกสตาร์ทได้ดีด้วยรูปแบบเกมที่ครองบอลบุกเข้าใส่ จนมาได้ประตูออกนำจากทีเด็ดลูกยิงไกลของ แฮร์รี่ เคน และจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์ 1-0

ในตอนนั้นไม่มีใครคิดว่า คริสตัล พาเลซ จะกลับมาได้ เพราะทุกอย่างเข้าทาง สเปอร์ส หมดแล้ว แต่ทว่าเริ่มครึ่งหลังกลับมาเป็นเจ้าถิ่นที่ครองเกมบุกเข้าใส่ ส่วนทีมของ มูรินโญ่ เล่นตามแทคติกเพราะต้องการรักษาผลการแข่งขันเอาไว้ และมันก็เกือบจะได้ผล

แต่ในช่วงท้ายเกม พาเลซ ที่บอมบ์หนักเข้าใส่ มาได้ประตูตีเสมอ 1-1 จากเจฟฟรีย์ ชลุปป์ เวลาที่เหลือ สเปอร์ส ก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว ทำให้จบไป 1-1 จาก 3 แต้มกลายเป็น 1 แต้ม ชนิดที่พวกเขาตีงูแล้วตีไม่ตาย.. ส่วนคู่ถัดมาจากผลการเสมอของ สเปอร์ส ทำให้ ลิเวอร์พูล ที่จะออกไปเยือนทีมน้องใหม่อย่าง ฟูแล่ม หากชนะจะแซงขึ้นจ่าฝูงทันที แถมเกมนี้ยังได้ อลิสซอน เบ็คเกอร์ นายทวารตัวจริงกลับมาลงเฝ้าเสาด้วย แม้ว่าจะไม่มี ดิโอโก้ โชต้า แต่แนวรุกที่มีอยู่ก็น่าจะปิดบัญชี “เจ้าสัวน้อย” ได้ไม่ยาก

แต่มันไม่เป็นแบบนั้น.. ทีมน้องใหม่ที่คุมทัพโดย สก็อตต์ ปาร์คเกอร์ มาแบบเซอร์ไพรส์เปิดเกมรุกเข้าใส่กดดันทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยล่าสุดอย่างหนัก จนมาได้ประตูออกนำ 1-0 จาก บ็อบบี้ เด คอร์โดว่า รี๊ด..

ลิเวอร์พูล พยายามอย่างหนักทวงประตูคืนให้ได้ เพราะหากไม่แต้มกลับออกไปจาก คราเวน คอตเทจ ถือว่าเสียหายสุด ๆ แต่ด้วยอาการล้าของบรรดาแนวรุกทั้ง โม ซาลาห์ ที่เล่นเต็ม 90 นาทีในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ไม่มีผลอะไรแล้ว หรือจะเป็น ซาดิโอ มาเน่ ที่ยิงประตูมาได้เลยนับตั้งแต่เกมที่เสมอกับ เอฟเวอร์ตัน 2-2

ส่งผลให้เกิดอาการเร่งไม่ขึ้น แต่ยังโชคดีที่มาได้จุดโทษจากจังหวะฟรีคิกที่ จอร์จินโญ่ ซัดไปโดนแขนของ อบูบาการ์ กามาร่า และเป็น ซาลาห์ ที่ยิงเข้าไป ทำให้จบลงด้วยสกอร์ 1-1 จ่าฝูงยังคงไม่เปลี่ยนมือ

ส่วนในเกมดึกสุดของคืนวันอาทิตย์ “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล เป็นโอกาสที่ดีพวกเขาได้เล่นในบ้านของตัวเองเจอทีมอย่าง เบิร์นลีย์ ที่ปีนี้ไม่ได้แข่งแกร็งและดุดันอย่างเช่นเคย และก่อนเกมยังมีสถิติยิงได้แค่ 5 ประตูจากการลงสนามมา 10 เกม

“ปืนใหญ่” เริ่มต้นได้อย่างดุดันเมื่อเป็นฝ่ายครองเกมเข้าใส่ตามสไตล์ แต่ปัญหาคือเจาะไม่เข้าจริง ๆ แนวรุกตัวความหวังสูงสุดอย่าง ปีแอร์-เอเมอริค โอบาเมยัง ไม่รู้ว่าไปทำผิดผีอะไร ตั้งแต่ต่อสัญญาฉบับใหม่ฟอร์มก็ไม่เหมือนเดิม..

แถมในช่วงครึ่งหลัง กรานิต ชาก้า ออกลูกนักเลงไปบีบคอ แอชลีย์ เวสต์วู้ด โดน VAR ย้อนหลังตัดสินเปลี่ยนจากเหลืองกลายเป็นแดง ทำให้ “ปืนใหญ่” ต้องเหลือผู้เล่น 10 คน

ไม่รู้ว่าอะไรดลจิตดลใจ โอบาเมยัง ที่ซัดประตูไม่ได้เลย หวังดีลงไปช่วยเกมรับในจังหวะเตะมุม แต่กลับโหม่งสกัดพลาดบอลเข้าประตูตัวเองไปซะอย่างงั้น และก็จบลงด้วยสกอร์ 0-1 ทำให้ อาร์เซน่อล แพ้คาบ้าน 4 เกมติดในลีก อยู่อันดับที่ 15 ของตาราง..

ต้องบอกว่าสถานการณ์ของพวกเขาน่าเป็นห่วงจริง ๆ โดยเฉพาะเก้าอี้ของ มิเกล อาร์เตต้า ที่ร้อนฉ่า พอ ๆ กับโอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ของแมนฯยูไนเต็ด

นื่คือสัปดาห์นรกของจริง สำหรับบรรดาทีมใหญ่ที่ถูกสถาปนาว่าเป็นกลุ่มทีม “บิ๊กซิกซ์” ไม่มีทีมไหนได้ผลการแข่งขันที่ต้องการเลย ดูดีหน่อยอาจจะเป็นเกม แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ ที่แชร์แต้มกันไป แต่เกมอื่น ๆ บอกเลยว่าน่าผิดหวังจริงๆ

ในช่วงกลางสัปดาห์นี้ยังมีโปรแกรมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ลงฟาดแข้งกันอยู่ เกมที่น่าสนใจสุด ๆ คือการพบกันเองของทีมจ่าฝูงและรองจ่าฝูงอย่าง สเปอร์ส และลิเวอร์พูล

ส่วนเชลซี มีคิวออกไปเยือนวูลฟ์แฮมป์ตันที่อาการล่อแล่ แมนฯซิตี้ และแมนฯยูไนเต็ด สบายหน่อยเจอทีมโซนท้ายตารางอย่าง เวสต์บรอมวิช และเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด

ขณะที่ อาร์เซน่อล เจองานหินสุดๆ ต้องเล่นในบ้านดวลกับ เซาธ์แฮมป์ตัน ที่กำลังมั่นใจผงาดขึ้นมาติดท็อปโฟร์ในเวลานี้..ไปรอดูกันว่ากลางสัปดาห์นี้จะมีผลการแข่งขันที่พลิกนรกสำหรับทีมใหญ่อีกไหม

Leave a Reply

%d bloggers like this: