มูรินโญ่ กับการคุมทีมครั้งใหม่

ฟุตบอลต่างประเทศ

ฟุตบอลต่างประเทศ มูรินโญ่ 2020

ฟุตบอลต่างประเทศ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ขยับขึ้นมายึดเต็ง 3 พร้อมกับมีลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างเต็มตัว หลังจากกำลังจะผ่าน”ไตรมาสแรก”ของซีซั่น พวกเขายืนหยัดอยู่ในระดับท็อป และยึดจ่าฝูงได้อย่างมีนัยยะสำคัญตลอด 3 แมทช์เดย์หลัง เนื่องจากระบบการเล่นที่ลงตัว

และพลิกโฉมจากเกมแรกของซีซั่นอย่างสิ้นเชิง ภายใต้การทำงานของ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่กลายเป็น “คนอึดตายยาก” แห่งวงการฟุตบอล เปิดม่านระบบ 4-3-3 มาสร้างอาณาจักรที่อังกฤษ ในปี 2004 หลังจากเขาย้ายจาก ปอร์โต้ มาคุมทัพ เชลซี

พร้อมกับนำระบบ 4-3-3 มาเปิดโลกลูกหนังให้กับพรีเมียร์ลีก ถือเป็นโค้ชต้นแบบในระบบนี้ พร้อม ๆ กับที่ ราฟา เบนิเตซ นำระบบ 4-2-3-1 มาเล่นที่ลิเวอร์พูล

เวลานั้น ต้องต่อกรกับขาใหญ่อย่าง เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ของแมนฯยูไนเต็ด และอาร์แซน เวนเกอร์ ของอาร์เซนอล

เพียงซีซั่นแรก เขานำทีมได้ถึง 2 แชมป์นั่นคือ พรีเมียร์ลีก และลีกคัพ โดยการใช้ระบบ 4-3-3 มาพร้อมกับนักบอลที่เขาดึงมาร่วมทัพ พร้อมกับที่มีอยู่ให้ใช้อย่าง”เหลือเฟือ” ปีเตอร์ เช็ก คือด่านสุดท้าย

ขณะที่แนวรับ จอห์น เทอร์รี่ ปักหลักยืนเซ็นเตอร์แบ๊กกับ ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่ โดยมี เปาโล แฟร์ราร่า กับ วิลเลียม กัลลาส เป็นแบ๊ก

โคล้ด มาเกเลเล่ ทำทุกอย่างให้ง่ายในแดนกลาง เพื่อตั้งให้ แฟรงค์ แลมพาร์ด อีกหนึ่งตัวหลักปั้นเกม พร้อมกับแกนรุกชั้นดีริมเส้นทั้ง โจ โคล, อาร์เยน ร็อบเบน และ เดเมี่ยน ดัฟฟ์

กองหน้า ดีดิเยร์ ดร็อกบา ฟ้าผ่าแค่ตัวร้อน ย้ำค้ำยัน พร้อมด้วยตัวสำรองที่ไปอยู่ที่ไหนก็ตัวจริงอย่าง ไอเดอร์ กุ๊ดยอห์นเซ่น, อาเดรียน มูตู หรือ มาเคย่า เคซมัน

การกลับมาอีกครั้ง กับภาคสองของเชลซี ในปี 2013 เขาใช้เวลา 1 ปีปรับทีม และมาได้แชมป์ลีกในปี 2015 ก็ยังเล่นระบบ 4-3-3 ที่เชลซี เหมือนเดิม ขุมกำลังปรับไปตามวัย แต่ ปีเตอร์ เช็ก กับ จอห์น เทอร์รี่ ยังอยู่

พร้อมกับตัวอื่น ๆ อย่าง รามิเรส, เชส ฟาเบรกาส, เซซาร์ อัสปิลิกวยต้า และดีเอโก้ คอสต้า เพียงพอต่อการเล่นในระบบที่เขาต้องการ

พลิกระบบมาเล่น 4-2-3-1 ภาพที่ มูรินโญ่ วิ่งไปดีใจที่มุมธง ณ โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในปี 2004 มันเหมือนกับเส้นขนานกับ แมนฯยูไนเต็ด ไปตลอดกาล แต่ลงท้ายที่สุดชีพจรของฟุตบอลก็หมุนมา

เส้นนั้นกลับมาขนานกันได้ มูรินโญ่ เข้าคุมทัพแมนฯยู หลังจากเขาว่างงานมาเกือบปี และในช่วงที่ทำงาน 2016–2018 เขาเล่นในระบบ 4-2-3-1 เป็นหลัก

เขาดึง ปอล ป๊อกบา กลับมาจาก ยูเวนตุส ด้วยค่าตัวสถิติโลก 89 ล้านปอนด์ พร้อมกับนำจอมเก๋าอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช มาเสริมแนวรุก และเลือก เอริค ไบญี่ มาเสริมเกมรับ ผลงานในลีกไม่ดีได้แค่ที่ 6 แต่การเป็นดับเบิ้ลแชมป์บอลถ้วยทั้ง เอฟเอ คัพ และยูฟ่า ยูโรป้า ลีก ทำให้ แมนฯยู ได้ทางลัดกลับมาเล่นบอลแชมเปี้ยนส์ลีก พร้อมกับเป็นเครื่องการันตีว่า “ปีที่สอง”ของ มูรินโญ่ จะน่ากลัวอย่างที่สุด

ยกระดับทีมด้วยระบบ 4-2-3-1 ได้รองแชมป์ 2 รายการ ทั้ง พรีเมียร์ลีก และเอฟเอ คัพ ถึงจะได้ไม่ได้แชมป์แต่บอร์ดเริ่มพอใจ และเหมือนจะได้ไปต่อ แต่สุดท้าย มูรินโญ่ ต้องออกจากทีมหลังเกมแดงเดือดเดือนธันวาม 2018

เกือบหนึ่งปีที่หายไปก่อนกลับเมืองหลวงเกือบหนึ่งปี มูรินโญ่ ไปเป็นผู้สันทัดกรณีให้กับทีวี ก่อนจะกลับมาทำงานให้กับ “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส เมื่อ 23 พฤศจิกายนปีที่แล้ว ที่ว่ากันว่า นี่คือคู่ปรับสำคัญของ เชลซี ในฐานะร่วมกรุงลอนดอน

นักข่าว ถามว่า คุณเคยพูดอยู่เสมอว่า ไม่มีทางจะคุมทีมอื่นในลอนดอนนอกจากเชลซีนี่

มูรินโญ่ ตอบว่า ตอนนั้นเขายังไม่ไล่ผมออกนี่นา ปีแรกที่เต็มไปด้วยความยากลำบาก นักบอลที่อยู่กับทีมมานาน และเพิ่งหัวใจแตกสลายกับนัดชิงแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่พลาดพ่ายให้กับ ลิเวอร์พูล คือภาระอันหนักอึ้ง

เขาไม่อาจจะซื้อนักเตะได้เยอะเหมือนกับตอนอยู่กับ เชลซี หรือ แมนฯยูไนเต็ด ก่อนจะมาได้ โจวานนี่ โล เซลโซ่ กับ สตีเว่น เบิร์กไวจ์น มาในช่วงเปิดตลาดหน้าหนาว มกราคม 2020

ซัมเมอร์ที่ผ่านมา ดึงตัว ปีแอร์-เอมิล ฮอยเบียร์ก มาจากเซาธ์แฮมป์ตัน และแมตต์ โดเฮอร์ตี้ จากวูล์ฟส์ แต่ สเปอร์ส ออสตาร์ทย่ำแย่ เล่นจน เอฟเวอร์ตัน ดูดีไปเลยในนัดแรกของฤดูกาล เพราะบอลช้ามากในนัดเปิดสนาม มูรินโญ่ เร่งด่วนไปคว้าตัว ก่อนจะซิว เซร์คิโอ เรเกลอน มาเล่นแบ๊กซ้าย และยืม แกเร็ธ เบล มาเสริมเกมรุก

เบล ยังเล่นไม่ได้เรื่อง แต่แผนของ มูรินโญ่ ได้เรื่องได้ราว หลังจาก”ทดตำแหน่ง”ให้กับ แฮร์รี่ เคน กับ ซน ฮึง มิน เขาจัดการถอน แฮร์รี่ เคน ลงมาต่ำ แล้วให้ ซน ขยับขึ้นไปยืนเหลื่อมกว่าในตัวบนฝั่งซ้าย การปรับนิดเดียวถือว่า”โลกเปลี่ยน”ทันที

สมัยที่อยู่กับ อินเตอร์ มิลาน นับว่าพลิกบทบาทการวางแผนการเล่นครั้งสำคัญ เมื่อไปไกลในระบบ 4-4-2 แล้วก้าวไปเป็นเจ้ายุโรป ซึ่งบางขณะในตอนนี้ เขาทำทีมคล้าย ๆ กับตอนอยู่อินเตอร์ด้วยซ้ำไป

แต่นั่นไม่ใช่ระบบ มันคือการเล่นแบบ”กลางคู่”ที่แข็งแรง ซึ่งตอนนี้ ฮอยเบียร์ก กับ มุสซ่า ซิสโซโก้ ลงตัวมาก ๆ ไม่ด้อยไปกว่า เคน กับ ซน ทำให้ตอนนี้ สเปอร์ส ดูดีในทุก ๆ แดน และมีตัวจริงในใจแล้ว 9 ตำแหน่งด้วยกัน

เหลือแค่กองกลางอีก 2 จุดที่รอว่า ตองกีย์ เอ็นดอมเบเล่ กับ สตีเว่น เบิร์กไวน์ ใครจะเล่นเข้าล็อคเป็นลำดับที่ 10 และ 11 ของทีมหากเล่นได้เมื่อไหร่ น่าสนใจมาก ๆ เช่นเดียวกับว่า แกเร็ธ เบล จะกลับมาเป็นนักฟุตบอลได้เหมือนเดิม หรือจะไปเทิร์นโปรที่ไหนก็ไป

แม้ขุมกำลังเชิงลึกอาจจะดูไม่เข้มข้นเท่าไหร่ แต่ สเปอร์ส ถ้าเล่นได้ขนาดนี้ น่าสนใจจริงๆ ไม่ใช่ว่าจะต้องมาลุ้นแชมป์อย่างเดียวหรอก ใครเจอด้วยก็มีปัญหาทั้งนั้น ที่สำคัญ กำลังทำงานแล้วตอบทุกคนที่เคยพูดว่า เขาคือบอลตกยุค เสียงนั้นเริ่มจะเงียบไปแล้ว

Leave a Reply

%d bloggers like this: