รอย ฮอดจ์สัน….เมื่อครั้งแอนฟิลด์

“ผมได้รับอิทธิพลจากทีมลิเวอร์พูล ที่ครองแชมป์ในยุค 70 ด้วยผู้เล่นที่มีทักษะอันยอดเยี่ยม และการเล่นฟุตบอลที่สวยงาม ผมชอบการผ่านบอล และผมจะทำทีมในสไตล์แบบนี้”.. รอย ฮอดจ์สัน กล่าวเมื่อครั้งที่เขาเคยรับตำแหน่งที่แอนฟิลด์ กับการเป็นกุนซือ”หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เอฟซี แบบไม่มีใครคาดคิด

เมื่อปี 2010กุนซือจากครอยดอน เมืองทางใต้ของมหานครลอนดอน ประกาศเสียงดังฟังชัดในวันเข้ารับตำแหน่งผู้จัดการทีม..รอย ฮอดจ์สัน เป็นอดีตนักบอลฝึกหัดของ คริสตัล พาเลซ ทีมในบ้านเกิดตัวเอง แต่ไม่ได้เล่นชุดใหญ่เลย และนาทีปัจจุบัน ได้คุมทัพพาเลซ เป็นลำดับที่ 22 ในชีวิตการเป็นโค้ช ยาวนานถึง 44 ปี และทำงานที่นี่มาตั้งแต่ปี 2017..เกมนี้เขาแทบจะแย่งกุญแจของผู้ดูแลสนาม มาเปิดเซลเฮิร์ส พาร์ค เจอกับ ลิเวอร์พูล เอฟซี ในวันนี้เวลา 19.30 น.

เมื่อครั้งนั้นที่ไปอยู่กับ ลิเวอร์พูล รอย ฮอดจ์สัน กลายเป็นคนอังกฤษ ในรอบ 12 ปีที่เข้ามาทำงานที่แอนฟิลด์..เขาเริ่มงาน 4 ปีที่ฮาร์มสตัด ในสวีเดน จากนั้นการย้ายไปที่โน่นทีที่นี่ทีเหมือนกับ “ลูกผู้ว่าฯ” เขาเริ่มงาน 4 ปีที่ฮาร์มสตัด ในสวีเดน จากนั้นการย้ายไปที่โน่นทีที่นี่ทีเหมือนกับ “ลูกผู้ว่าฯ” หรือว่า อยู่ที่ไหนไม่ได้นานกันแน่?!?!?!?!..

จาก ฮาร์มสตัด เข้ามาคุม บริสตอล ซิตี้(อังกฤษ), อ๊อดดีโวลด์(สวีเดน), โอเรโบร(สวีเดน), มัลโม่(สวีเดน), เนอตาแชล ซามักซ์(สวิตเซอร์แลนด์), ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์, อินเตอร์ มิลาน(อิตาลี), แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส(อังกฤษ), กลับไปรักษาการที่ อินเตอร์, กราสส์ฮ็อปเปอร์ ซูริค(สวิตเซอร์แลนด์), เอฟซี โคเปนเฮเก้น(เดนมาร์ก), อูดิเนเซ่(อิตาลี), ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, ไวกิ้ง เอฟเค(นอร์เวย์), ทีมชาติฟินแลนด์ และฟูแล่มอังกฤษ ก่อนจะมายังแอนฟิลด์…………. ..ทุกวันนี้ยังพูดคุยกันอยู่ที่ว่า เกิดอะไรขึ้นในการแต่งตั้ง “ปู่รอย” เข้ามาทำงาน และต้องมารับผิดชอบงานที่”ใหญ่เกินไป”สำหรับเขา

แม้จะเพิ่งได้รับตำแหน่งผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมแห่งปี หลังจากทำงานที่คราเวน คอทเทจ ของ “เจ้าสัวน้อย” ฟูแล่ม ได้น่าสนใจในซีซั่น 2009-10..ทีมกำลังหัวตกแบบสุด ๆ การนับหนึ่งใหม่กลับมาอีกครั้ง หลังจาก ราฟา เบนิเตซ อำลาทีม ทอม ฮิกส์ กับ จอร์จ ยิลเล็ตต์ ไม่สามารถสร้างสนามใหม่ได้ถือว่าแย่แล้ว มีกระแสที่ว่า ลิเวอร์พูล กำลังถังแตกสุดท้ายคือช่วงรอยต่อของประวัติศาสตร์ เมื่อตัวกุนซือไม่น่าไว้วางใจตั้งแต่ต้น มันยิ่งตอกย้ำซ้ำทวนเข้าไปอีก เมื่อเห็นนักฟุตบอลที่เขาซื้อเข้ามาเสริมทีมแล้ว มันน่าปวดใจอย่างที่สุด..

โจ โคล ในปี 2010 ถือเป็นช่วงท้ายปลายแถวที่ไม่ไหวจริง ๆ หากเป็นเขาเมื่อปี 2005 นี่คือแกนรุกตัวฉกาจคนหนึ่งของพรีเมียร์ลีก แต่เวลานั้นเข้ามาเสริมทีม ไม่มีอะไรให้น่าสนใจแม้แต่น้อย หอบหิ้ว พอล คอนเชสกี้ 3.5 ล้านปอนด์ จาก ฟูแล่ม คนนี้เล่นงาน ลิเวอร์พูล ในเกมนัดชิงเอฟเอ คัพ 2006 สมัยอยู่กับ เวสต์แฮม แดนนี่ วิลสัน 2 ล้านปอนด์จากกลาสโกว เรนเจอร์ส คริสเตียน โพลเซ่น 4.5 ล้านปอนด์ จาก ยูเวนตุส แบร๊ด โจนส์ 2.3 ล้านปอนด์ จากมิดเดิ้ลสโบรช์ ซูโซ่ จากกาดิซ ที่ไม่มีการเปิดเผยค่าตัวราอูล เมยเรเลส 11.5 ล้านปอนด์ จาก เอฟซี ปอร์โต้..ฟาบิโอ ออเรลิโอ้ คัมแบ๊กมาอีกรอบแบบเซ็นฟรี หลังจากเขาปฏิเสธการยื่นข้อเสนอของ ราฟา เบนิเตซ ที่ะจะจ่ายแบบเล่นแค่ไหนจ่ายแค่นั้น หรือ pay-per-play ขณะที่เดินมาอีกราย และ”อาจจะ”เข้าใจผิดกันมาตลอดว่า “ปู่รอย” เป็นผู้เซ็นเข้ามา นั่นคือ มิลาน โยคาโนวิช ตัวฟรีจากสตองดาร์ ลีแอช..

ดาวเตะคนนี้ทำสัญญา”ปรี-คอนแทกซ์”มาตั้งแต่ ราฟา ยังถือบังเหียนอยู่นั่นเอง แต่คนซื้อไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ซื้อ ก่อนมาเล่นดี 153 นัดในลีกเบลเยี่ยม ซัดไป 69 ประตู แต่พอมาที่แอนฟิลด์ นี่สากกะเบือแช่ครกดี ๆ นี่เอง เช่นเดียวกับ “ไอ้จ้อน” จอนโจ้ เชลวี่ 1.7 ล้านปอนด์ จาก ชาร์ลตัน แอธเลติก สัญญาเซ็น 3 ปี แต่ “ปู่รอย” อยู่ได้แค่ 6เดิอน การดูฟุตบอลในยุคนั้น 45 นาทีแรกเล่นดี ส่วน 45 นาทีหลังจะเป็นลม ไม่มีอะไรที่ประทับใจแม้แต่น้อย..อยู่ที่แอนฟิลด์แค่ครึ่งปีหน่อย ๆ ก็โดนปลดออก

แต่ชีวิตของ “ปู่รอย” ก็ยังคงเหลือเชื่อต่อไป เมื่อรับงานกับ เวสต์ บรอมวิช อัลเบี้ยน จากนั้นก็ทะลุไปไกลถึงกับได้คุมทีมชาติอังกฤษ ก่อนจะมาอยู่ที่พาเลซ เมื่อปี 2017“ดรีมจ็อบ” เพราะเกิดที่นี่ ได้คุมทีมตำบลที่เกิด การได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง แบบหลายคนอาจบอกว่า ไม่เห็นจำเป็นต้องพิสูจน์อะไร แต่ถ้าหากไม่ท้าทาย แกคงนอนเล่นกับหลานที่บ้านดีกว่า ด้วยวัย 73 ปีแบบนี้.. แต่ ฮอดจ์สัน มักจะพูดอยู่เสมอว่า เขามีเวลาน้อยเกินไปในการทำงานกับ ลิเวอร์พูล

และรู้สึกว่าตัวเอง “ไม่ได้รับการยอมรับ” ทั้งที่กำลังจะทำให้ “ทุกคนให้การยอมรับ” ทำให้เกมที่เซลเฮิร์สท์ พาร์ค เย็นย่ำค่ำนี้ เป็นช่วงเวลาที่ดีสุด ๆ และเหมาะสมมากที่สุด กับ”การยอมรับ”ที่ปู่ต้องการ!!!

Leave a Reply

%d bloggers like this: