ฆาตกรรมบนฟลอร์หญ้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ฆาตกรรมบนฟลอร์หญ้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเกมการแข่งขันพรีเมียร์ลีก ที่หวนเข้าสู่เดือนแห่งความรัก ของฤดูกาล 2020-2021 ได้เปิดฉากฟาดแข้งกันหลายคู่ โดยการแข่งขันในแต่ละแมตช์ ต่างมีผลสกอร์ที่น่าตกใจกันเลยทีเดียว ทั้งการแพ้ของทีมบิ๊กซิกอย่างอาร์เซนอล และ การเอาชนะ 2 จาก 3 เกมของทีมท้ายตารางอย่าง เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด GOALSTORM

ซึ่งสามารถเก็บชัยจาก แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ก่อนที่จะมาคว้า 3 แต้มสำคัญอีกครั้ง จากนิวคาสเซิลยูไนเต็ด สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

แต่มีอีกหนึ่งแมตช์ ที่ทำให้แฟนบอลทั่วทั้งโลก ต้องตกตะลึงกันอีกครั้ง เมื่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอาชนะ นักบุญเซาแธมป์ ไปด้วยสกอร์ที่ท่วมท้น 9-0 นับ เป็นความโหดเหี้ยมที่เหนือเกินบรรยาย ของลูกทีม โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ซึ่ง 2 นัดที่ผ่านมา พลพรรคปีศาจแดง เก็บได้แค่เพียงแต้มเดียว ซึ่งในนัดนี้ จึงเหมือนการระบายความกดดัน ที่มีอยู่ทั้งหมด ได้ระเบิดออกมา จนมีสกอร์ระเบิดเถิดเทิงขนาดนี้ แมน เช ส เตอร์ ยูไนเต็ด สด

แมนยูคืนนี้ สกอร์ที่ถล่มคู่แข่งยับเยิน ขนาดนี้ของปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเคยเกิดขึ้นมาแล้วโดยเหตุการณ์ต้องย้อนกลับไป เมื่อปี 2011 ในเกมที่ ปีศาจแดง เปิดรังโอลด์แทฟฟอร์ด ถล่ม ไอ้ปืนใหญ่อาร์เซนอล ด้วยสกอร์ที่ขาดลอย ชนิดที่แฟนบอลต้องขยี้ตา กันหลายรอบ และ คิดว่าคงเป็นไปได้แน่

แต่เมื่อจบเกม ปีศาจแดงทำการเชือดอาร์เซนอลคาบ้าน ไปด้วยจำนวน 8 ประตูต่อ2 เป็นดั่งการฆาตกรรมหมู่ กลางแฟนบอลนับหมื่นคน ณ วันนั้น แมน เช ส เตอร์ ยูไนเต็ด แมน เช ส เตอร์ ซิตี้

ซึ่งเหตุการณ์การฆาตกรรมบนผืนหญ้านี้ ในอดีตก็ยังมีเหตุการณ์สำคัญๆที่นับเป็นประวัติศาสตร์วงการลูกหนังเลยก็ว่าได้ โดยในปี 2019 “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน โดนจิ้งจอกสยามเลสเตอร์ ซิตี้จัดการฝังเคี้ยวเละเทะไปด้วยจำนวน 9 ประตูต่อ 0 คาเซนต์แมรีส์สเตเดียมต่อหน้าต่อตาแฟนๆนักบุญ แมนยู บอลสด

โดยสกอร์นี้ก็ยังตามมาหลอกหลอนนักบุญอีกครั้งในฤดูกาล 2020-2021 แมนยูล่าสุด

และ เหตุการณ์ฆาตกรรมในวงการฟุตบอลในปี 2019 ยังไม่หมดอยู่แค่นั้น เมื่อทีม”เรือใบ” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรสรมหาเศรษฐีขาใหญ่ประจำเวทีพรีเมียร์ลีก จัดการสอย วัตฟอร์ดคาเอติฮัด สเตเดี้ยมไปด้วยสกอร์ 8 ประตูต่อ 0 โดยสตาร์ของทีมดาหน้ากันยิงอย่างไม่ยั้ง ทั้ง ดาบิด ซิลบา ,เซอร์คิโอ อเกวโร่,ริยาด มาห์เรซ,เบร์นาโด ซิลบา,นิโกลัส โอตาเมนดี้ ปิดท้ายด้วยเพลย์เมกเกอร์สุดหล่ออย่างเควิน เดอร์ บรอยน์ที่จัดการซัดไป3 ตุง แมนยู วันนี้

และย้อนกลับไปในปี 2012 บนเกาะกฤษ แห่งศึกพรีเมียร์ลีก เป็นการโคจรมาพบกันระหว่าง สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี เปิดรังสแตมฟอร์ด บริดจ์ต้อนรับมาเยือนของ สิงห์ผงาด แอสตัน วิลลา โดยในแมตช์นี้ กุนซือขัดตาทัพอย่าง ราฟาเอล เบนิเตชที่เข้ามารับช่วงต่อจาก โรแบร์โต้ ดิ มัตเตเตโอที่พึ่งจะกระเด็นตกจากเก้าอี้ไป

เขาได้พาเชลซีจัดการชำแหละแอสตันวิลลาคาถิ่นไปด้วยสกอร์ 8 ประตูต่อ 0 โดยยังทำสถิติของพรีเมียร์ลีก ที่มีนักเตะ 7 คนในทีมเดียวกันยิงประตูได้ในแมตช์เดียว ซึ่งเป็นสถิติ ณ ขณะนั้น

ในปี 2009 ก็มีเหตุการณ์ฆาตกรรมหมู่ของนักเตะสเปอร์สที่จัดการสังหารโหด “เดอะ ลาติกส์” วีแกนแอธเลติก ซึ่งเป็นการยิงคู่แข่งที่เหนื่อยคนเปลี่ยนสกอร์บอร์ดจริงๆเมื่อ ไก่เดือยทองกระพรือปีกตีไปทั้งหมด 9 ประตู โดยวีแกนทวงกลับมาคืนได้เพียง 1 ลูกเท่านั้น

โดยสเปอร์สได้ประตูจากปีเตอร์ เคร้าช์,อารอน เลนน่อน, ดาวิด เบนท์ลีย์, นิโก้ ครันชาร์ ที่จัดการยิงไปคนละ 1 ประตูส่วน เจอร์เมน เดโฟ เป็นพระเอกในเกมนี้ซึ่งเหมาไปคนเดียว 5 ประตู แมนยู vs ลิเวอร์พูล

ปิดท้ายด้วยเหตุการณ์สุดคลาสสิคที่เหล่าสาวกเรด เดวิลไม่มีวันลืมเลือน เหตุการณ์เกิดขึ้นในปี 1995 ณ โรงละครแห่งความฝัน โอลด์แทรฟฟอร์ด เป็นการพบกันระหว่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดกับ อิปสวิช ทาวน์ ซึ่งก่อนหน้านี้ทั้งคู่พบกันมาก่อนแล้วครั้งหนึ่งที่บ้านของอิปสวิช

โดยเป็นฝั่งแทร็คเตอร์ บอยส์ เอาชนะผีแดงไปก่อนด้วยสกอร์ 3-2 และกลับมาในแมตช์นี้ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเปิดบ้านต้อนรับบ้าง

โดยหวังว่าจะต้องล้างอายให้ได้และสกอร์ที่ออกมานั้นก็เกินคาดไปอย่างมาก ผลต่างประตูที่ออกมาในเกมนี้ ทำให้ผู้คนทั้งสนามต่างช็อกกันไปตามๆกัน เพราะปีศาจแดงจัดการโชว์ฟอร์มเปรียบดั่ง มัจจุราชสุดโหดไล่ถลุง อิปสวิช ทาวน์อย่างไม่ไว้หน้าไปด้วยจำนวน 9 ประตูต่อ 0 เป็นการเอาคืนทบต้นทบดอกอย่างสาสมเลยทีเดียว

การถล่มคู่แข่งด้วยสกอร์ที่สูงอย่างระเบิดเถิดเทิงขนาดนี้เปรียบดั่งเป็นการฆาตกรรมกลายๆบนผืนหญ้าอันเขียวขจีนี้และเป็นการตอกย้ำกลางสายตาของแฟนๆเกือบแสนรายที่เข้าไปชมเกมในสนามแต่นี้ก็คือสีสันแห่งวงการฟุตบอลอีกรูปแบบหนึ่งและเป็นคำเตือนว่าถ้าหากคุณไม่มีความพร้อมในวงการนี้หรือประมาทจนเกินไป คุณอาจจะต้องพบจุดจบที่ไม่สวยงามเข้าในสักวันหนึ่ง

ท่านสามารถ ติดตามข่าวสารใหม่ๆ ได้ที่เพจ : GOALSTORM

Leave a Reply

%d bloggers like this: