บิล แชงค์ลี่ย์ บรมครูฟุตบอลของ ลิเวอร์พูล

บิล แชงค์ลี่ย์ บรมครูฟุตบอลของ ลิเวอร์พูล

บิล แชงค์ลี่ย์ เชื่อว่าแฟนฟุตบอลหลายคน คงอาจไม่เคยได้ยินชื่อ บิล แชงก์ลีย์ เขาคือ บรมครูผู้สร้างให้ สโมสร ลิเวอร์พูล จากทีมที่แทบจะไม่มีอะไรเลย ในตอนเริ่มต้น ให้กลายมาเป็นยักษ์ใหญ่ ในวงการฟุตบอล อังกฤษ ได้อย่างเต็มภาคภูมิ  GOALSTORM

บิล แชงก์ลีย์ ทำงานอย่างหนัก เพื่อให้ หงส์แดง ประสบความสำเร็จ เขามีความเป็นผู้นำโดยธรรมชาติ และ มีความพยายามสูง ซึ่งเป็นสิ่ง ที่มีอยู่ในตัวของคน ที่จะประสบความสำเร็จอยู่แล้ว 

แชงค์ลี่ย์ มีปรัชญาการคุมทีมอย่างง่ายๆ คือ ฟุตบอลแบบพื้นๆ แต่เน้นการส่ง และ รับบอลอย่างแม่นยำ เล่นกันเป็นทีม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของทีม ลิเวอร์พูล มาจวบจนปัจจุบัน บิล แชงคลีย์ คําคม

บิล แชงก์ลีย์ เกิดเมื่อวันที่ 2 กันยายน ในปี 1913 ประเทศสกอตแลนด์ เขาเกิดในครอบครัว ที่มีฐานะยากจน พ่อ แม่ มีลูกรวมกันถึง 10 ชีวิต เริ่มต้นอาชีพนักฟุตบอล ด้วยการเล่นให้กับสโมสร คาร์ไลล์ ยูไนเต็ด 

ก่อนที่จะแขวนสตั๊ดไป ในปี 1949 หลังจากนั้นไม่นาน คาร์ไลล์ ยูไนเต็ด ได้ติดต่อให้เขาเข้ามารับตำแหน่ง ผู้จัดการทีม และ นั่นก็คือ จุดเริ่มต้น กับเส้นทางการคุม ทีมฟุตบอลของเขา

แต่การคุมทีมครั้งแรกของเขา ไม่ได้ราบรื่น เพราะในตอนนั้น สโมสร คาร์ไลล์ ยูไนเต็ด เป็นทีมที่ไม่มีงบประมาณมากพอ ที่จะให้ แชงก์ลีย์ นำไปใช้ ซื้อตัวนักเตะ มาร่วมทีม บิล แช ง คลี ย์ Pantip

อีกทั้ง ยังมีหลายปัญหา ที่ทำให้เขา ไม่สามารถสร้างทีมฟุตบอลที่ดีได้  แชงก์ลีย์ จึงได้เสนอตัวเอง โดยการติดต่อไปยังสโมสร ลิเวอร์พูล ว่ามีความต้องการ ที่จะเป็นผู้จัดการทีม

แต่ในตอนนั้น บิล แชงก์ลีย์ ยังถือว่า ไม่มีประสบการณ์ และ ไม่มีชื่อเพียงมากพอที่จะคุมทีมใหญ่ได้ ทำให้ประธานสโมสร ลิเวอร์พูล บอกปฏิเสธเขาไป Bill Shankly

หลังจากนั้น แชงก์ลีย์ ได้หันไปคุมทีมเล็กๆ ซึ่งจุดเด่นที่เขามีในตอนนั้น ก็คือ สายตาในการมองนักเตะ ที่ไม่ค่อยพลาด อีกทั้ง ยังปั้นนักเตะดาวรุ่ง ขึ้นมาหลายคน  โจ เฟ แกน

โดยเฉพาะในช่วงที่เขาคุมทีม ให้กับสโมสร ฮัดเดอร์สฟิลด์ ที่เขาจับ เดนนิส ลอว์ เจ้าหนูวัย 15 ปี เซ็นสัญญา ซึ่งสร้างความตื่นตะลึง ให้แก่แฟนบอลเป็นจำนวนมาก  พร้อมกับดัน ลอว์ ขึ้นสู่ทีมใหญ่ ในปีต่อมาด้วยวัย 16 ปี Bob Paisley

ในปี 1959 สโมสร ลิเวอร์พูล กำลังมองหา กุนซือคนใหม่มาคุมทีม และ เล็งเห็นว่า บิล แชงก์ลีย์ ในตอนนี้ มีความพร้อมมากพอ ทั้งประสบการณ์ และ ฝีมือ 

ประกอบกับเป็นช่วงเวลาเดียวกันที่ แชงก์ลีย์ กำลังมีปัญหากับสโมสร ที่เขากำลังร่วมงานอยู่ ทำให้เจ้าตัวตัดสินใจรับงานในทันที

ในช่วงเวลาที่ บิล แชงก์ลีย์ มารับหน้าที่กุนซือ สโมสร ลิเวอร์พูล เป็นเพียงทีม ที่เล่นอยู่ในดิวิชั่น 2 และไม่ได้มีผลงานโดดเด่นอะไรมากนัก และสิ่งแรกที่ แชงก์ลีย์ ทำก็คือ การปรับเปลี่ยน สนามซ้อมของทีม ลิเวอร์พูล ที่มีสภาพเลวร้ายมาก 

ไม่ว่าจะเป็นสภาพทุ่งหญ้าที่รก หรือ มีก๊อกน้ำแค่ที่เดียว โดยการเปลี่ยน และ ปรับปรุงทุกอย่างใหม่หมด อีกทั้งยังนำนักเตะ ย้ายไปซ้อมที่สนาม เมล วู๊ด  Bill Shankly คือ

แทนที่จะใช้ แอนฟิลด์ และ มีการฝึกซ้อมรูปแบบใหม่ โดยนำระบบฟิตเนสมาใช้ รวมไปถึงโปรแกรมทางโภชนาการ

นอกจากการเปลี่ยนแปลง ด้านสนามซ้อม และ โภชนาการแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ บิล แชงก์ลีย์ จะให้ความสำคัญมากที่สุดเล่น คือ การวอร์มร่างกาย ก่อนลงเล่นให้ถูกวิธี 

เพื่อลดอาการบาดเจ็บ พร้อมกับริเริ่ม การซ้อมจากพื้นฐาน เล่นบอลโต๊ะเล็ก จนเป็นที่มาของการต่อบอลสวยงาม  Bob Paisley คือ

โดยให้นักเตะ มีความเคยชิน กับการเล่นบอลจังหวะเดียว และ สิ่งเหล่านี้ เป็นรากฐานความสำเร็จของ ลิเวอร์พูล ในเวลาต่อมา

ผลงานในฤดูกาลแรก ที่เจ้าตัวเข้ามาคุมทีม ด้วยการจบอันดับที่ 3  แม้ว่าช่วงแรกของบิล แชงก์ลีย์ กับลิเวอร์พูล จะเป็นไปอย่างทุลักทุเล 

โดยใช้เวลาถึงสองปี กว่าจะเริ่มมีนักเตะใหม่ เข้ามาเสริมทัพเป็นกำลังหลัก ในยุคแรก จนในฤดูกาล 1963-1964 บิล แชงก์ลีย์ ก็ทำสำเร็จตามเป้า เมื่อสามารถพาทีม หงส์แดง คว้าแชมป์ ดิวิชันหนึ่ง มาครองได้สำเร็จ

ปี  1974 บิล แชงก์ลีย์ ในวัย 61 ปี หลังจากพาทีม ประสบความสำเร็จมาแล้วมากมาย เขาตัดสินใจ ที่จะเกษียณอายุการทำงาน ในฐานะกุนซือ ตามที่ภรรยาขอร้อง 

แต่ด้วยความมุ่งมั่น และ ทุ่มเท ให้กับ ลิเวอร์พูล จึงขอทำงานต่อีก 1 ปี หลังจากนั้น ก็ก้าวขึ้นไปเป็นผู้บริหาร ของลิเวอร์พูล เคน นี้ ดั ลก ลิ ช

และสุดท้าย บิล แชงก์ลีย์ เสียชีวิตในวันที่ 29 กันยายน 1981 ด้วยโรคหัวใจ ในวัย 68 ปี ถือว่า เป็นการสูญเสียปูชนียบุคคล ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสโมสร ลิเวอร์พูล เลยก็ว่าได้

Leave a Reply

%d bloggers like this: