ความหวังที่ต้องใช้เวลาของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

โซลชา

ความหวังที่ต้องใช้เวลาของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นับจากวันที่เซอร์เอล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยอดบรมกุนซือผู้ที่สร้างตำนานให้ทีมแห่งเมือง แมนเชสเตอร์ กลายเป็นกล่าวขานว่าคือ โรงละครแห่งความฝัน ของนักเตะหลาย ๆ คน ตัดสินใจเกษียณอายุ นับตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ โรงละครแห่งความฝัน ก็เหมือนจะเงียบเหงาว่างเปล่าห่างหายจากถ้วยแชมป์ไป

เดวิด มอยส์,ไรอัน กิ๊กส์, หลุยส์ ฟานกัล มาจนถึง โชเซ่ มูรินโญ่ คือรายชื่อกุณซือที่เข้ามารับช่วงต่อความยิ่งใหญ่ที่ผู้เฒ่าชาวสก๊อตได้ทำเอาไว้ ไม่ว่าก่อนหน้านี้พวกเขาจะพาทีมอื่นประสบความสำเร็จมากมายแค่ไหน แต่เมื่อถึงเวลามานั่งเก้าอี้ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เหมือนดั่งกับมีเวทย์มนต์สะกดพวกเขาเหล่านั้น ให้ทำผลงานออกไม่ดี และต้องแยกย้ายเก็บกระเป๋าเดินออกไปคนละทาง

ไม่รู้ว่าที่นี่มีคำสาปที่ถูกสะกดเอาไว้หรือไม่ หรือว่าบางทีที่แห่งนี้ต้องการเพียงผู้ถูกเลือกแค่เพียงคนเดียวเท่านั้นและ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือหนุ่มคนปัจจุบัน ก็คือรายชื่อผู้จัดการทีมเลือดแท้ ที่ทุกคนฝากความหวังให้เขาขับเคลื่อนทีมในยามวิกฤต เหมือนกับในช่วงที่เป็นนักเตะ ช่วงเวลาที่เขามักจะลงมาสร้างปาฎิหารย์ให้ทีมที่ใกล้จะแพ้พลิกกลับมาชนะได้

ย้อนไปในช่วงกลางปี 1996 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องการกองหน้าอย่าง อลัน เชียร์เรอร์ เข้ามาร่วมทีม แต่อย่างที่รู้กันว่าจอมหน้านักถล่มประตูคนนั้นเลือกที่จะปฎิเสธทีมดังและไปลงเล่นให้กับทีมรักบ้านเกิดแทน สุดท้ายนักเตะโนเนมจากลีกดิวิชั่น 1 ในประเทศนอเวย์ จึงกลายเป็นผู้ที่ถูกเลือกเข้ามาแทนที่ ก็คงจะเป็นเรื่องหัวเสียของบรรดาแฟนบอลปีศาจแดง ที่จู่ ๆ กุนซือที่ตอนนั้นยังไม่เฒ่าอย่างเซอร์อเล็ก

ไปคว้านักเตะที่ไหนมาก็ไม่รู้แทนที่จะเป็น อลัน เชียรร์เรอร์ อย่างที่พวกเขาหวัง

โซลชา
โซลชา

แต่หากลองย้อนดูสถิติในเวลานั้น โอเล่ กุนนาร์ โซลชา มีสถิติที่ไม่เลวนัก การลงเล่น 42 นัดยิงได้ 31 ประตู คงจะเป็นเหตุผลที่เขาถูกเลือกมาทำหน้าที่ล่าตาข่ายใน โรงละครแห่งความฝันแห่งนี้ และ เซอร์อเล็ก ไม่เคยมองใครผิด ฤดูกาลแรกที่ย้ายมา นักเตะชื่อคล้ายลูกอมจัดให้ถึง 18 ประตู

จบด้วยการเป็น ดาวซัลโว ของพรีเมียร์ลีก และมีของแถมเป็นแชมป์ประจำ ฤดูกาลมาให้เหล่าสาวก เชยชม

แต่การมาของคู่กองหน้าอย่าง ดไวท์ ยอร์ค และ เท็ดดี้ เชอริ่งแฮม ทำให้ โซลชา ฟอร์มตกและถูกดร็อปเป็นตัวสำรองหลังจากจบฤดูกาลที่ 2 เขาเล่นไป 30 นัดและยิงได้เพียงแค่ 9 ประตู แต่ด้วยความจงรักภักดี ตอบแทนโอกาสที่ ท่านเซอร์มีให้ โซลชา ตัดสินใจไม่ย้ายออกและอยู่เพื่อที่จะท้าชิงตำแหน่งตัวจริงกลับคืนมา นั่นคือจุดเริ่มต้นตำนานของ ดาวเตะซูเปอร์ซัพ แห่งโอลด์ แทรฟฟอร์ด

จุดเด่นและเคล็ดลับของ โซลชา ในการเป็น ซูเปอร์ซัพ ลงมาช่วย กอบกู้ทีม ในยามวิกฤตก็คือ เขามีพรสรรค์ในการอ่านเกม โซลชา รู้ว่าคู่แข่งกำลังเล่นเกมแบบไหน และตัวเขาเองจะต้องลงไปเปลี่ยนเกมอย่างไร จากฉายา เพชฌฆาตหน้าทารก เปลี่ยนเป็น ซุปเปอร์ซัพในตำนาน 11 ปีที่โลดแล่นอยู่ในสนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ผลงาน 126 ประตูจากการลงเล่น 366 นัด โดย 29 ประตูมาจากการเป็นนักเตะสำรอง คงจะเป็นการยืนยันว่าเขาคือผู้ที่ลงมาเปลี่ยนเกมอย่างแท้จริง

นั่นก็คือในพาร์ทของการเป็นนักเตะ แต่หลังจากแขวนสตั๊ด เก็บกระเป๋าเดินทางออก จากโรงละครแห่งควาามฝัน เขาหันมาเอาดีด้านการคุมทีม และด้วยพรสวรรค์ในการอ่านเกมนอกสนามของเขา ทำให้ โซลชา พาทีม โมลด์ สโมสรในบ้านเกิดที่นอเวย์ คว้าแชมป์ลีกสูงสูดได้ถึง 2 สมัย และมาอยู่กับทีมคาดิฟท์กับความท้าทายใหม่ในการพาทีมรอดตกชั้น แต่ไม่เป็นดั่งฝัน สุดท้ายเส้นทางของเขาและ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็มาบรรจบกัน

ในปี 2015 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คับคั่งไปด้วยเหล่าสตาร์ดัง แต่ก็ยังไม่มีใครมีดีเอ็นเอ ของผีแดงได้อย่างที่เคยมี หลังจากทดลองเปลี่ยนโค้ชมาคนแล้วคนเหล่า สิ่งที่ขาดหายไปก็ยังไม่ถูกเติมเต็ม ดังนั้น การที่ได้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นักเตะที่เคยอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในยุคไล่ล่าถ้วยแชมป์ อาจจะช่วยสร้างความกระหายและและจูงใจให้กับนักเตะเหล่านี้มากขึ้น บวกกับเรื่องราว ปาฏิหารย์ยามที่เขาถูกเปลี่ยนตัวลงมาช่วยทีม หลาย ๆ คนคิดว่าคงไม่ต่างจากการเป็นผู้จัดการเท่าไหร่ เมื่อทุก ๆ อย่างมาประกอบรวมกันก็เกิดเป็นแสงแห่งความหวังที่รำไร

เริ่มจากการเข้ามาเป็น ซูเปอร์ซัพ ในตำแหน่งผู้จัดการทีม โซลชา เปลี่ยนแปลงหลาย ๆ อย่างให้เข้าที่เข้าทาง เมื่อนักเตะเริ่มมีใจอะไร ๆ ก็ดีขึ้น สุดท้ายผลงานก็เข้าตาบอร์ดบริหาร เขาถูกเซ็นสัญญา ให้เป็นผู้จัดการทีมแบบเต็มตัว

จากตัวสำรองกลายมาเป็นตัวจริงแต่ผลงานการคุมทีมของเขาก็กลับมาดิ่งลงเหว การจบฤดูกาล 2018/19 ด้วยอันดับที่ 6 นั่นคือสิ่งที่แฟนบอลรับไม่ได้

โซลชา รับรู้ถึงเสียงวิจารณ์ แต่การจะมาแบกรับความยิ่งใหญ่ต่อจากบรมกุนซือนั้นต้องใช้เวลา เขาเลือกที่ค่อย ๆ สร้างทีมทีละขั้นตอน

การพาทีมจบอันดับที่ 3 ในปี 2019/20 และ จบอันดับที่ 2 ครั้งแรกในการที่ไม่มี เซอร์อเล็กซ์ ในปี 2020/21 นั้น นับว่าทีมปีศาจแดงเริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้นตามลำดับ และในปี 2021/22 การได้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กลับมาช่วยทีม นับยิ่งเป็นข่าวดีต่อบรรยากาศของทีมมากขึ้นไปอีก อะไร ๆ ก็ดูจะดีไปหมด

ไม่ว่าในฉากสุดท้ายจะจบลงด้วยการชูถ้วยแชมป์หรือไม่ หรืออีกหลายนัดที่เหลือผลงานของทีมจะออกมาในรูปแบบไหน แต่ปฏิเสธไม่ได้นะว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ยังคงทำหน้าที่ ซุปเปอร์ซัพ ได้ดี เพราะดูจากผลงานปีก่อน ๆ ที่ไร้เงาของท่านเซอร์แล้ว ถือว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในตอนนี้ เริ่มเข้าใกล้แสงสว่างจากปลายอุโมงค์เข้าไปทุกที ๆ เหลือเพียงแค่สาวก ช่วยอดใจ รอตั้งความหวังอย่างใจจดใจจ่อ สักหน่อยเท่านั้นเอง

ฝากติดตาม ช่องด้วยนะคับ Youtube : Goalstrom
พบกับ ช่วง Goalstorm Live ได้ทุก วันพฤหสับดี เวลา 18.00 น เป็นต้นไป ได้ที่ ช่องทาง Facebook : Goalstorm

Leave a Reply

%d bloggers like this: