ลูกหม้อยี่ห้อกิเลนผยอง “พิชา อุทรา”

ฟุตบอลไทย

ฟุตบอลไทย ลูกหม้อยี่ห้อกิเลนผยอง “พิชา อุทรา”

ลูกหม้อ ยี่ห้อ กิเลนผยอง “พิชา อุทรา” ฟุตบอลไทย นี่คืออีก 1 แข้งลูกหม้อของ กิเลนผยอง เมืองทองยูไนเต็ด ที่ถูก ฟูมฟักและเจียระไน ขึ้นมาสู่การเป็นกำลังหลักของสโมสร จนต่อยอดไปสู่ทีมชาติชุดใหญ่ โดยในตอนนี้ เป็นที่จับตามอง ของแฟนฟุตบอลชาวไทย ว่าจะเป็นอีก 1 แข้ง แห่งอนาคต ของวงการฟุตบอลไทย ได้หรือไม่

เจ้าเคน พิชา อุทรา เขาเป็น คนจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีความใฝ่ฝัน อยากเป็น นักฟุตบอลอาชีพ จึงได้ย้ายมาเรียนที่ กรุงเทพกับโรงเรียน โพธินิมิตร และได้เข้าไปเป็นนักฟุตบอลอคาเดมี่ศาสตร์ลูกหนังชื่อดังในตอนนั้นอย่าง JMG ที่มีเพื่อนร่วมรุนในตอนนั้นอย่าง พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล, สุพร ปีนะกาตาโพธิ์, สุริยา สิงห์มุ้ย ในชุดนั้น นี่คือชุดเยาวชนที่เจิดจรัสของเมืองทอง ยูไนเต็ด พวกเขาร่วมกัน เถลิงบัลลังก์ แชมป์ฟุตบอลโค้กคัพ และป้องกันแชมป์ได้ในปีถัดมา

ซึ่ง พิชา ถือเป็นแข้งที่ โชว์ฟอร์มได้โดนเด่น ได้รางวัลดาวซัลโวพ่วงด้วย รางวัลนักเตะยอดเยี่ยม ของรายการอีกด้วย โดยเจ้าเคน ได้รับโอกาสเป็น 1 ในขุนพล เยาวชนของเมืองทอง ที่ได้มีโอกาสไป ร่วมฝึกซ้อมกับสโมสร ชื่อดังถึง แดนกระทิงดุ อย่าง แอต.มาดหริด และเป็นอีกครั้ง

ที่เขาทำผลงาน ได้โดดเด่น ได้รับคำชม จากเหล่าบรรดา สต๊าฟฟ์ของ แอต.มาดหริด ในตลอดระยะเวลา 6 เดือน นั่นถือเป็นประสบการณ์ ครั้งแรกของเจ้าตัวกับฟุตบอลในต่างแดน

ตลอดระยะเวลา ที่เซ็นสัญญา กับเมืองทอง ในตอนนั้นเขาไม่เคย ได้รับโอกาสลงสนามกับทีมชุดใหญ่เลย จนถูก นครนายก เอฟซี ยืมตัวไปเล่น ในดิวิชั่น 2 ที่นั่น เจ้าเคนได้รับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่ในปีถัดมาจะย้ายมาเล่นให้กับ พัทยา ยูไนเต็ด ในดิวิชั่น 1 รูปแบบยืมตัว

โอกาสการลงสนามของเขากับพัทยาก็ยังไม่ค่อยมีมากนักด้วยความยังเด็กในตอนนั้น จนกระทั่งปี 2017 โค้ชอั๋น” สุรพงษ์ คงเทพ” ได้รับหน้าที่เข้ามาคุมทีม

ด้วยความที่พัทยาในตอนนั้น นักเตะหลายคน ที่มาจาก เมืองทองก็เคยเป็น นักเตะจาก JMG ที่โค้ชอั๋นเคยคุม ในช่วงฟุตบอล เยาวชนโค้กคัพ จึงรู้จักนักเตะ แต่ละคนเป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้เองทำให้พัทยา ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทีมของโค้ชอั๋น มีผลงานที่ดีขึ้นมาเรื่อยๆกับทรัพยากรนักเตะที่มีความเข้าใจในแทคติกและเข้าขากันเวลาเล่น

ก่อนที่จะถูกเทคโอเวอร์มาเป็นทีม สมุทรปราการ ซิตี้ ในปัจจุบัน จากผลงานของพิชากับสมุทรปราการ ทำให้เขาได้ติดทีมชาติชุดซีเกมส์ที่ีมาเลเซีย และคว้าเหรียญทองได้ไปในที่สุด

โดยในระหว่างที่เขาอยู่กับสมุทรปราการ เคยได้รับโอกาสไปร่วมฝึกซ้อมกับสโมสร โทกุชิม่า วอร์ทิส เป็นเวลา 7 วัน นับว่าเป็นอีก 1 ประสบการณ์ ที่เขาได้เรียนรู้ฟุตบอลของแดนอาทิศอุทัยแบบแท้จริง และมันทำให้เขามีความคิดว่าอยากจะมาค้าแข้งที่นี้แบบจริงๆจังๆในอนาคต

ถึงแม้ว่าการไปครั้งนี้เขาจะยังไม่ได้รับโอกาสเซ็นสัญญากับทีมใดเลย แต่ก็ถือได้ว่าเป็นการเรียนรู้ทีคุ้มค่าที่สามารถนำมาต่อยอดให้กับตัวเองได้ในอนาคต

ในทีมชาติหลังจาก ที่เขาเคยติดทีม ในชุด ซีเกมส์มาแล้ว และกับชุดใหญ่ ในรายการ ไชน่าคัพเมื่อปี 2019 เขาก็ได้รับโอกาส พิสูจน์ตัวเองกับทีมชาติ ชุดใหญ่อีกครั้ง ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียนที่ประเทศสิงค์โปร โดยมาโน่โพลกิ้ง เฮดโค้ชของทัพช้างศึก ได้ส่งเขาประเดิมสนามอย่างเป็นทางการกับชุดใหญ่

ในนัดที่ ไทยเอาชนะเจ้าภาพสิงคโปร์ไป 2-0 ซึ่งผลงานของพิชาเองก็ถือว่าทำได้ดีเมื่อได้รับโอกาสลงสนาม

สไตล์การเล่นของ พิชา นั้นมีความเป็นธรรมชาติ เกมรุกลื่นไหลไปตามเกม เป็นนักเตะที่มี ความแข็งแกรง มีความแม่นยำ ในการเปิดลูกและทำประตู ครองบอลได้อย่างเหนือชั้น กระหายชัยชนะอยู่ตลอดเวลา นั้นเป็นสิ่งที่ทำให้เขาได้รับความชื่นชมจากแฟนฟุตบอลชาวไทยในเกมนั้น

ปัจจุบันเขามีอายุ 25 ปี และได้ย้ายกลับมาอยู่กับสโมสรต้นสังกัดที่ปลุกปั้นเขามาอย่าง เมืองทอง ยูไนเต็ด ผนึกกำลังกับ เหล่านักเตะสายเลือดใหม่ ของกิเลนผยอง ในยุคของ มาริโอ ยูรอฟกี้ ซึ้่งดูเหมือนว่าเขาจะเป็นนักเตะคนสำคัญที่ทีมจะขาดไม่ได้

ด้วยสไตล์การเล่นที่เลี้ยงแหวกแบบ ทะลุทะลวง คู่แข่งถือเป็นจุดขายของ เจ้าตัวที่เห็นได้บ่อยๆ ตั้งแต่สมัยเล่นให้กับสมุทรปราการ จนมาถึงที่เมืองทอง ถ้าหากว่าเขายังรักษามาตรฐานและพัฒนาฝีเท้าต่อไปได้เรื่อยๆ โอกาสที่จะไปค้าแข้งที่เจลีกอย่างที่เขาตั้งเป้าหมายไว้คงไม่ใช่เรื่องที่เป็นความฝันต่อไป

เพราะทางด้านเมืองทองเองก็พร้อมปล่อยแข้งลูกหม้อของสโมสรออกไปหาประสบการณ์ในลีกต่างแดนอยู่แล้ว ต่อจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับการเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากลีกไทยและในทีมชาติ จะเป็นคำตอบได้อย่างดีว่าตัวเขาเองมีดีพอมากแค่ไหนที่จะเป็นอีก 1 นักเตะไทยที่ได้ไปค้าแข้งในต่างแดน

Leave a Reply

%d bloggers like this: