อินทรีเหล็กที่กลายร่างเป็นช้างศึก “มานูเอล ทอม เบียร์ห”

ฟุตบอลไทย

อินทรีเหล็กที่กลายร่างเป็นช้างศึก “มานูเอล ทอม เบียร์ห” ฟุตบอลไทย

ฟุตบอลไทย ปราการ หลังจอมแกร่ง ที่เข้ามาทำหน้า ที่ขันแนวรับ ของทัพช้างศึก ให้เป็นดั่งกำแพง ที่ยากจะทำลาย ลงได้ โดยใช้ความ ทุ่มเททุกครั้ง เมื่อได้รับ โอกาสลงสนาม เขาเป็น จิ๊กซอว์ในเกมรับ ที่เป็นส่วนสำคัญ พาทีมชาติไทย

ผงาดแชมป์ อาเซียน สมัยที่ 6 และสถาปนาตัวเอง ขึ้นมาเป็น 1 ในเซนเตอร์ แบ็คที่ขาดไม่ได้ ของทัพช้างศึก ในเวลานี้

จุดเริ่มต้นของ มานูเอล ทอมเบียร์ห เขาเกิดที่เมือง Herrenberg ทางใต้ของ ประเทศเยอรมัน โดยมีคุณแม่ เป็นคนไทย และคุณพ่อเป็น คนเยอรมัน เส้นทาง ลูกหนังของ เขาก็ได้เริ่มต้นขึ้น ที่นั่นในวัย 6 ขวบ ด้วยพรสวรรค์ ที่เขามีทางด้าน ฟุตบอล ทำให้ในวัย 15 ปี

วีเอฟบี สตุ๊ดการ์ท เล็งเห็น ทักษะในตัวเขา และได้ดึงเข้า ไปร่วมทีมในระดับ เยาวชนของสโมสร ตลอด 4 ปีที่เขาได้อยู่กับ สตุ๊ดการ์ท เขามีความฟิตที่ดีเยี่ยมวิ่งขึ้นวิ่งลงตลอดทั้งเกม

จึงถูกโยก มาเล่นตำแหน่ง มิดฟิลด์ตัวรับ ก่อนจะมาลงตัว ในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ค ฝีเท้า ของเขาก็เติบโต ขึ้นไปอีกขั้น เมื่อในฤดูกาล 2012/2013 เอฟซี เนิร์นแบรก์ ดึงตัวเขาไปร่วมทีม ระดับเยาวชนใน ลีกระดับดิวิชั่น 4 เขาลงเล่นไป 28 นัด ยิงได้ 1 ประตู ปีถัดมาจึงถูกดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่

พาทีมจบ อันดับที่ 9 ของตาราง แต่ก็ยังไม่สามารถ สอดแทรกลงไปเล่น ได้อย่างต่อเนื่อง

ทำให้เขา ต้องหาโอกาส ลงเล่น ก่อนจะเป็น สตุ๊ดการ์ท คิกเกอร์ ทีมในลีก 3 เยอรมัน ในฤดูกาล 2015/2016 ที่นั่นทำให้ เขารู้ตัวเอง ว่าการจะเป็น อินทรีเหล็ก ที่โบยบินได้อย่างแข็งแกร่งนั้น ต้องมีมาตรฐาน และฝีเท้า ที่ไม่เป็นสอง รองใคร ถึงจะก้าวขึ้น มาอยู่ในระดับ นั้นได้

และในตอนนั้นเอง ฟุตบอลไทยลีก ก็กำลังบูม ขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เขาเลือก คิดที่จะตัดสินใจ เปลี่ยนร่างจาก อินทรีเหล็ก มาเป็นร่างของ ช้างศึก และมา ฝากอนาคต ทางด้านลูกหนัง ไว้ในแผ่นดิน แม่ที่ประเทศไทย ก่อนจะเป็นทีม แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่ได้เซ็นสัญญา เขามาร่วมทีม ในเลกที่สอง ของศึกไทยลี กฤดูกาล 2016

กับฟุตบอลไทย ทอม เบียร์ห เขาไม่ได้ถือ ตัวว่าตัวเอง มีโปรไฟล์ ระดับใดในการ ย้ายมาที่นี่ เพระาการมา เล่นฟุตบอลใน ประเทศไทย เขามีความมุ่งมั่น ที่อยากจะ พัฒนาตัวเอง ช่วย ยกระดับทีมให้ ได้มากที่สุด และมีเป้าหมายสูงสุด คือติดทีมชาติไทย ชุดใหญ่ให้ได้

ด้วยความที่ เขามีความสูงถึง 184 เซนติเมตร กับฟุตบอลไทย แล้วเขาเหมือน กับปราการหลังร่างยักษ์ที่ยากจะข้ามผ่าน เขาปรับตัวเองให้เขากับฟุตบอลไทยได้มากขึ้นเรื่อยๆในทุกซีซั่น

และก้าวขึ้น มาเป็น เซนเตอร์ฮาล์ฟคนสำคัญของ แบงค๊อก ยูไนเต็ด และได้มีโอกาส ติดทีมชาติ ชุดใหญ่ ในยุคของ มิโลวาน ราเยวัช แต่ก่อนหน้านั่น เขาก็เคยถูกเรียก ตัวติดธงช้างศึกมาแล้วใน ยุคของโค้ช ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง

แต่ก็มีปัญหา อาการบาดเจ็บ รบกวนอยู่บ่อย ครั้งจนทำให้ ต้องถอนตัว แต่เขาก็ แสดงสปิริต มารายงาน ตัวเพื่อแจ้ง อาการบาดเจ็บให้ ทีมชาติได้ รับรู้ด้วยตัวเอง

จนกระทั่ง วันเวลาผ่านไป ทีมชาติไทย ได้เข้าสู่ยุค ของมาโน่ โพลกิ้ง อดีตเฮดโค้ช ที่เขาเคยร่วมงาน ด้วยที่ แบงค็อก ยูไนเต็ด เข้ามารับหน้าที่ คุมทีมชาติไทย ทวงบัลลังก์แชมป์อาเซียนในช่วงปลายปี 2021 ชื่อของมานูเอล ทอมเบียห์ร ก็เป็นตัวเลือกแรกๆในใจของมาโน่

ซึ่งเขาเองก็ไม่ทำให้ผิดหวังตอบแทนความไว้วางใจด้วยผลงานในสนามพาทีมชาติไทยคว้าแชมป์ AFF SUZUKI CUP 2020 ที่ประเทศสิงคโปร์ได้สำเร็จ ในรายการนี้ถือว่าเป็นรายการที่เขาโชว์ฟอร์มกับทีมชาติได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุด ถึงแม้ว่าในบางจังหวะจะมีลูกหวาดเสียวไปบ้าง แต่โดยรวมแล้วการมีเขาอยู่ในสนามก็ช่วยเกมรับของทีมชาติไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

เกมที่เขาได้รับเสียงชื่นชมมากที่สุดคือเกมที่พบกับเวียดนามในรอบรองชนะเลิศนัดที่สอง ที่เขายอมเอาตัวเขาแลกในทุกจังหวะเพื่อสกัดการทำเกมของเวียดนามในจังหวะสุดท้ายไม่ให้ทีมไทยเสียประตู สถิติในเกมนั้นของเขาคือ จ่ายบอลไป 22 ครั้ง จ่ายบอลสำเร็จ 19 ครั้ง สกัดบอล 9 ครั้ง (มากที่สุดในทีม) ดวลตัวต่อตัวชนะ 8 ครั้ง (มากที่สุดในทีม) ดวลลูกกลางอากาศชนะ 6 ครั้ง บล็อคลูกยิง 1 ครั้ง

ถึงแม้ว่าในรายการนี้บางคนอาจจะยังไม่ถึงกับประทับใจกับฟอร์มของ ทอม เบียห์ร แต่ในหลายๆเกมที่เขาลงเล่นไม่มีนัดไหนเลยที่เขาจะไม่เต็มที่กับทีมชาติไทย เขาเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อไว้ว่า “การมาที่นี่ของผม เพื่อติดทีมชาติ ผมจะพยายามโชว์ฟอร์ม โชว์จุดแข็ง

สิ่งที่ผมสามารถทำได้ ถ้าไม่ใช่ผมที่ติดผมก็แฮปปี้กับคนอื่นที่ติด แต่ผมจะไม่ปล่อยให้คนอื่นได้โอกาสนี้ไปง่ายๆ หรอก” นี่คือทัศนคติของเขาที่มีต่อทีมชาติไทย ถึงแม้ว่าเขาจะยังร้องเพลงชาติไทยไม่ชัด พูดไทยยังไม่ได้ แต่เชื่อได้เลยว่าภายในหัวใจเขามันเป็นช้างศึกทีมชาติไทยอย่างเต็มเปี่ยม

และเขาเองก็คงภูมิใจไม่น้อยกับการคว้าแชมป์ครั้งแรกกับทีมชาติไทย

Leave a Reply

%d bloggers like this: