ความเด็ดเดี่ยวที่เกินวัย “ศุภชัย ใจเด็ด”

ฟุตบอลไทย

ความเด็ดเดี่ยวที่เกินวัย “ศุภชัย ใจเด็ด”ฟุตบอลไทย

ฟุตบอลไทย ความฝันที่ยิ่งใหญ่ อย่างฟุตบอล ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ เด็กบ้านนอก คนนึงจะไปถึงจุดนั้น ได้แบบง่ายดาย อย่างแน่นอน เพราะในตอนนั้นคำว่าฟุตบอลมันห่างไกลหลายพันกิโลกับเด็กน้อยคนนึง ที่มีความใฝ่ฝัน ว่าอยากจะเป็น นักฟุตบอล แต่ใครจะเชื่อ ว่าเจ้าเด็กคนนี้มีหัวใจ

ที่มุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว มาตลอดในเส้นทางของตัวเอง นี่คือเรื่องราวของเด็กหนุ่มจากแดนใต้จังหวัดปัตตานี ผู้ที่ฝ่าฟัน หลายอุปสรรค เพื่อทำตาม ความฝันทางด้าน ฟุตบอลของตัวเอง จนก้าวขึ้นมาเป็นอีก 1 เพชรเม็ดงาม ของวงการ ฟุตบอลไทย อาร์ม “ศุภชัย ใจเด็ด”

เขาลืมตาดูโลก เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2541 ในจังหวัดปัตตานี เขาเริ่มเล่น ฟุตบอลตั้งแต่ อายุ 8 ขวบ โดยมีโค้ช คนแรกที่ปลุกปั้นเขาคือ โค้ช เสรี เบญอาเหม็ด โค้ชเสรีมักจะพาเขาไปซ้อมฟุตบอล ที่สนามกีฬา ในจังหวัดปัตตานี และสอนพื้นฐาน เบสิคตั้งแต่แรกการเล่นฟุตบอล จนอายุ 12 ปี

ศุภชัยได้รับการทาบทามจากโรงเรียนปทุมคงคาให้ไปทดสอบฝีเท้าที่นั้น แต่ด้วยระยะทางที่ห่างไกลทำให้พ่อแม่ไม่อยากให้ลูกตัวเองที่ยังเป็นเด็กต้องขึ้นไปเมืองหลวงเพียงลำพังเขาจึงไม่อนุญาตให้ไปยังที่นั่น ทันทีที่รู้ว่าโอกาสกำลังจะหลุดไปเจ้าอาร์มก็ร้องไห้เสียใจเหมือนเด็กที่อยากได้ของเล่นแต่ก็ไม่ได้

จนเรื่องนี้รับรู้ถึง โค้ชเสรีและ บรรดาผู้ใหญ่ ที่เห็นแววในตัว ศุภชัย พวกเขาได้ไปพูดคุยกับ พ่อแม่ของอาร์ม จนยอมใจอ่อนปล่อย ให้เขาเดินทางไปที่กรุงเทพ เจ้าอาร์มมีเพียงรองเท้าสตั้ดคู่เก่าๆ1คู่ โทรศัพท์เก่าๆ1เครื่องกับเงินเพียง1500บาทที่พ่อแม่ให้ติดตัวมา เขานั่งรถไฟกว่าพันกิโลมุ่งหน้าสู่กรุงเทพเพียงลำพัง โดยที่ไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาได้เลือกมันจะสำเร็จหรือไม่

ในวันที่คัดตัวกับปทุมคงคาเขามีชื่อติดเป็น 1 ใน 10 คนที่ผ่านการคัดเลือก เขาดีใจมากรีบโทรหาพ่อแม่ว่าทำสำเร็จแล้ว พ่อกับแม่ก็รู้สึกยินดีที่ลูกตัวเองทำได้ แต่สุดท้ายพ่อกับแม่ยังไม่อยากให้อาร์มเข้าไปใช้ชีวิตในกรุงเทพเพราะความเป็นห่วงของพ่อและแม่ จนเรื่องนี้รับรู้ถึงอาจารย์ที่โรงเรียนปทุมคงคา และได้คุยกับพ่อแม่ของอาร์มและเป็นอีกครั้งที่พ่อกับแม่ต้องใจอ่อนยอมให้เขาขึ้นมาทำตามฝันของตัวเองที่กรุงเทพฯ

ที่ปทุมคงคาสิ่งที่ เขาต้องเจอมากกว่า ฟุตบอลคือ สภาพแวดล้อม ที่แตกต่างจากบ้านเกิด เมืองนอนที่ ทำให้เขาต้อง ปรับสภาพกับทั้ง 2 อย่างควบคู่ กันไป เขาเป็นเด็ก ที่ค่อนข้างยังผอม บางแต่ก็ดูแลตัวเอง มาอย่างดีกินอาหาร ที่มีประโยชน์ จนร่างกายเริ่มสูงขึ้นมา และการเล่นฟุตบอล ให้กับปทุมคงคา ที่นี้มีมาตรฐานสูง เพราะถือว่า เป็นศูนย์รวมของยอด เด็กฝีเท้า ที่ไม่ธรรมดา แต่เจ้าอาร์ม ก็ไม่เคยย่อท้อ เขามุ่งมั่นขัดเกลา พัฒนาฝีเท้า ของตัวเองต่อไป

จนอายุ 15 ปีเขาได้มีโอกาส เซ็นสัญญาร่วม กับสโมสรโอสถสภา M-150 ที่นั่นทำให้ เขามีโอกาส ได้ต่อยอดตัวเอง กับทีมชาติไทยในชุด U-19 ชิงแชมป์อาเซียน ที่ประเทศลาว ภายใต้ การคุมทีมของ โค้ชจุ่น อนุรักษ์ ศรีเกิด ถึงแม้ว่าจะ ได้รับโอกาสแค่เพียง 15 นาที ในรอบแบ่งกลุ่ม แต่เขาก็ได้โชว์ฟอร์ม ซัดไป 2 ประตู พาทีมคว้าแชมป์มาได้สำเร็จ

ก้าวแรกของฟุตบอลอาชีพที่โอสถสภาเจ้าอาร์มได้ถูกดันขึ้นสู่ชุดใหญ่ในปี2016 ด้วยวัยเพียงแค่ 17 ปี เขาได้แสดงให้เห็นว่าฝีเท้าของเขาที่ผ่านการมุ่งมั่นฝึกซ้อมอย่างหนักได้ก้าวผ่านอายุของเขาไปแล้ว เขาฝากผลงานกับโอสถสภาไว้ที่ 1 ประตู จากการลงเล่น 20 นัด เป็นตัวจริง 14 นัด ด้วยฟอร์มการเล่นที่เกินวัย

ทำให้เขามีชื่อติดทีมชาติไทยชุด U-19 ไปลุยศึกชิงแชมป์เอเชียที่ประเทศ บาห์เรน ขณะที่ทำการแข่งขันในรายการนั้น เขาก็ได้รับโทรศัพท์จากบุรรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยอดทีมแห่งไทยลีก สนใจที่จะดึงตัวเขามาร่วมทีมในปี 2017

การย้ายไปร่วมทีมที่คับคั่งไปด้วยนักเตะ คุณภาพมากมาย ทำให้ช่วงแรกเขา ยังไม่ค่อยได้รับโอกาส ลงสนามเท่าไรนัก แต่ถัดมาในฤดูกาล 2018 เขาก้าวขึ้น มาเป็นตัวหลักของทีม ผนึกกำลังกับ ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ ช่วยทีมคว้าแชมป์ไทยลีกมาครองได้สำเร็จ จนมีชื่อไปติดทีมชาติไทยชุดเอเชี่ยนเกมส์แม้ว่าผลงานของไทยจะไม่ดีนักทำได้แค่เพียงเสมอไป 2 นัด

แต่ชื่อของเขาก็ถูกพูดถึงขึ้นอีกครั้งเมื่อเป็นตัวสำรอง ที่ลงมายิงตีเสมอให้กับทีมทั้ง 2 นัด และในปีถัดมาก็โชว์ฟอร์มได้ดีกับทีมชาติไทยในฟุตบอลเอเชี่ยนคัพด้วยการยิงใส่ยอดทีมมหาอำนาจแห่งเอเชียอย่างจีนถึงแม้ว่าจะแพ้ไปในเกมนั้นก็ตาม

ชื่อของศุภชัยเป็นที่รู้จักขึ้นเรื่อยๆจากการระเบิดฟอร์มการยิงประตูในศึกไทยลีกฤดูกาลนี้ และได้มีชื่อติดทีมชาติไทยลุยศึก AFF SUZUKI CUP 2020 ที่ประเทศสิงคโปร์ และเขายังทำได้อีก 1 ประตู ช่วยทีมคว้าแชมป์กลับมาได้โดยในตอนนี้ชื่อของเขาถือได้ว่าเป็นขาประจำกับทีมชาติไทยไปเสียแล้ว ด้วยฝีเท้าที่พัฒนาขึ้นในๆทุกๆปี ความมุ่งมั่นในฟุตบอลที่เต็มเปี่ยมได้นำพาเขามายังจุดที่เคยฝันเอาไว้แล้ว

Leave a Reply

%d bloggers like this: