Site icon

3 แมตช์คลาสสิคสงครามดอกกุหลาบ

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในฤดูกาลนี้นอกจากจะไม่ได้เตะกันแบบปกติแล้ว ยังมีเรื่องที่น่าสนใจคือการกลับมาเล่นบนลีกสูงสุดของ “ยูงทอง” ลีดส์ ยูไนเต็ด อีกครั้ง ในอดีตพวกเขาเคยเป็นทีมที่ยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะในยุคเรืองรองในช่วง 60-70

ซึ่งการกลับมาในครั้งนี้อาจจะไม่ได้มาทวงบัลลังก์อะไร แต่จุดน่าสนใจคือการได้ทำศึก “Rose War” หรือสงครามดอกกุหลาบกับคู่ปะทะอย่าง “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ครั้งแรกบนลีกสูงสุดในรอบ 16 ปี และทั้งคู่จะดวลกันในวันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม ที่จะถึงนี้เราไปย้อนดู 3 แมตช์สุดคลาสสิกของคู่ปะทะ ลีดส์ฯ vs แมนฯยูไนเต็ด จะมีแมตช์ไหนยุคไหนบ้างไปดูกันเลย

ลีดส์ ยูไนเต็ด 5-1 แมนฯยูไนเต็ด (ดิวิชั่น 1) ฤดูกาล 1971-72

เริ่มกันในเกมดิวิชั่นหนึ่งเดิม หรือถ้าเทียบตอนนี้ก็คือพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นี่แหละ หวดกันเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 1972 ลีดส์ ยูไนเต็ด ที่กำลังคั่วแชมป์กับ “แกะเขาเหล็ก” ดาร์บี้ เค้าท์ตี้ เปิดเอลแลนด์ โร้ด ดวลกับคู่ปะทะอย่าง “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ในยุคนั้นทั้งสองทีมถือว่าเป็นยักษ์ใหญ่ด้วยกัน ลีดส์ฯ ในยุคของ ดอน เรวี่ เจ้าของแชมป์ดิวิชั่น 1 เมื่อปี 1968-69 มีนักเตะชูโรงอย่าง บิลลี่ เบรมเนอร์, นอร์แมน ฮันเตอร์ และจอนนี่ ไจล์ส ส่วน แมนฯยูไนเต็ด พกดีกรีเป็นแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ ปี 68 มียอดแข้งอย่าง ไบรอัน คิดด์, เซอร์ บ๊อบบี้ ชาร์ลตัน และจอร์ช เบสต์

ในวันนั้นมีผู้ชมเข้ามาในเอลแลนด์ โร้ด ราว 45,000 คน สกอร์จบลงด้วยการที่ เจ้าบ้าน ลีดส์ ยูไนเต็ด ถล่มเอาชนะไปได้ 5-1 โดยทั้ง 6 ประตูของเกมนี้เกิดขึ้นในช่วงครึ่งเวลาหลัง ลีดส์ฯ นำก่อนจาก ไมค์ โจนส์ ส่วน แมนฯยูไนเต็ด ตามตีเสมอจาก ฟรานซิส เบิร์น หลังจากนั้นก็เป๋นยูงทองที่ไล่ถลุงมาได้ 4 ประตูรวดจาก ไมค์ โจนส์ อีก 2 ประตูกลายเป็นแฮตทริก…ส่วนอีก 2 ประตูได้จาก อัลลัน คล้าร์ก และปีเตอร์ โลริเมอร์ ทำให้จบเกมสกอร์ ลีดส์ 5-1 แมนฯยูไนเต็ด โดยในฤดูกาลนี้ทั้งพลาดการคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 เพราะความมหัศจรรย์ของ ไบรอัน คลัฟฟ์ ที่พา ดาร์บี้ เค้าท์ตี้ จากทีมม้ามืดผงาดเข้าปลายชนิดที่เฉือนกันแค่แต้มเดียวคว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ

คลิป: https://www.youtube.com/watch?v=lwQGzXXDynA

ลีดส์ ยูไนเต็ด 2-1 แมนฯยูไนเต็ด (พรีเมียร์ลีก) ฤดูกาล 1994-95ฟุตบอลลีกสูงสุดของอังกฤษ ในเวลานั้นได้เปลี่ยนจาก ดิวิชั่น 1 มาเป็นพรีเมียร์ลีก อังกฤษ แล้ว การปะทะของ ลีดส์ฯ กับ แมนฯยูไนเต็ด ยังคงเข้มข้นเหมือนเดิม เกมนี้เล่นกันที่เอลแลนด์ โร้ด เมื่อวันที่ 11 กันยายน 1994

ลีดส์ฯ ในเวลานั้นคุมทัพโดย โฮเวิร์ด วิลกินสัน ผู้พาทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดครั้งสุดท้ายเมื่อปี 1991-92 ส่วน แมนฯยูไนเต็ด มี เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คุมทีม เกมเริ่มมาเพียง 13 นาทีเท่านั้น เจ้าถิ่นมาได้ประตูออกนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะเตะมุม เดวิด ไวท์ เปิดเข้าไปบอลขลุกขลิกไปเข้าทางปืนของ เดวิด เวเธอราลล์ ซัดด้วยขวาเข้าไป

จากนั้นในช่วงเริ่มครึ่งแรกนาทีที่ 48 ลีดส์ฯ มาได้ประตูนำห่างเป็น 2-0 คราวนี้เป็น โนเอล วีแลน พาบอลลากหนีแนวรับของ แมนฯยูไนเต็ด ก่อนจะปาดมาให้ ไบรอัน ดีน เข้าชาร์จจ่อ ๆ ที่เสาแรกเข้าไปไม่เหลือ

ในช่วงท้ายเกมนาทีที่ 73 พอล อินซ์ มิดฟิลด์ของ แมนฯยูไนเต็ด กระชากบอลหนีแนวรับก่อนจะถูก ไบรอัน ดีน ตามไปทำฟาลว์ในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสิน เดวิด เอลเลเรย์ ชี้ให้เป็นจุดโทษทันที และเป็น เอริค คันโตน่า อดีตเด็กเก่าของลีดส์ฯ ชุดแชมป์ลีกปี 91-92 สังหารเข้าไปท่ามกลางเสียงโห่แบบเกรียวกราวของแฟนบอลเจ้าถิ่น ไล่ตามมาเป็น 2-1

แต่สุดท้ายก็ไล่ไม่ทัน ทำให้จบเกม ลีดส์ ยูไนเต็ด เอาชนะไปได้ 2-1 โดยในปีนั้น แมนฯยูไนเต็ด พลาดการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก เพราะเกมสุดท้ายทำได้แค่เสมอกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-1 ทั้งที่คู่แข่งอย่าง “กุหลาบไฟ” แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส บุกไปพ่ายให้กับ ลิเวอร์พูล 2-1

คลิป: https://www.youtube.com/watch?v=1av6-LfoEiU

ลีดส์ ยูไนเต็ด 3-4 แมนฯยูไนเต็ด (พรีเมียร์ลีก) ฤดูกาล 2001-2002

เกมสุดท้ายที่เราเลือกมาเป็นเกมในยุคมิลเลนเนี่ยล ฤดูกาล 2001-2002 เล่นกันที่ เอลแลนด์ โร้ด บ้านของ ลีดส์ ยูไนเต็ด โดยเป็นเกมที่ยิงรวมไปกันไปถึง 7 ประตู ผู้เล่นของทั้งสองทีมในยุคนั้นแฟนบอลน่าจะคุ้นหูกันเป็นอย่างดี

โดย ลีดส์ฯ มี ไนเจล มาร์ตินส์ ลงเฝ้าเสา โจนาธาน วู้ดเกต์ คุมแนวรับ ส่วนแดนบนมีทั้ง แฮร์รี่ คีล, อลัน สมิธ, ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ และมาร์ค วิดูก้า ส่วนแมนฯยูไนเต็ด ก็คับคลั่งไปด้วยซูเปอร์สตาร์อย่าง เดวิด เบ๊คแฮม, พอล สโคลส์, รอย คีน และไรอัน กิ๊กส์

เกมเริ่มต้นมาเพียงแค่ 8 นาที ทีมเยือนออกนำก่อนจาก พอล สโคลส์ แต่ก็ดีใจได้ไม่นาน ลีดส์ฯ เจ้าถิ่นมาตามตีเสมอในนาทีที่ 20 จากจังหวะที่ ลี โบว์เยอร์ แทงจะทะลุตัดแนวรับให้ มาร์ค วิดูก้า หลุดเข้าไปยิงผ่านตัว ฟาเบี่ยน บาร์กเตซ แบบนิ่ม ๆ

แต่ก่อนจบครึ่งแรก แมนฯยูไนเต็ด มาได้ 2 ประตูรวดในนาทีที่ 37 และ 39 จาก โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ กุนซือคนปัจจุบันที่กำลังคุมทีมอยู่ในเวลานี้ ทำให้จบครึ่งแรก แมนฯยูไนเต็ด บุกมานำลีดส์ 3-1

ครึ่งหลัง แมนฯยูไนเต็ด ยังทำได้ดีกว่าออกนำเป็น 4-1 จากจังหวะกระชากหลุดไปริมเส้นของ เดวิด เบ๊คแฮม เปิดให้กับ ไรอัน กิ๊กส์ แปด้วยซ้ายเข้าไป เกมดูเหมือนจะขาดแล้ว เพราะทีมเยือนมาดีเหลือเกิน แต่ ลีดส์ฯ ยังไม่ยอมแพ้ไล่ตามมาเป็น 2-4 จากฟรีคิกสุดท้ายด้วยเท้าซ้ายของ เอียน ฮาร์ท ในนาทีที่ 62

จากนั้น ลีดส์ฯ มาได้เพิ่มไล่มาเป็น 3-4 จาก ลี โบว์เยอร์ ในนาทีที่ 80 ช่วงเวลาที่เหลือ เจ้าถิ่นพยายามบุกเข้าใส่ แต่สุดท้ายไม่สามารถเจาะแนวรับของทีมเยือนได้ ทำให้จบเกม แมนฯยูไนเต็ด บุกเอาชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด ไปแบบสุดมันส์ 4-3

คลิป: https://www.youtube.com/watch?v=7Ocb3Vn_jQo

Exit mobile version